บททดสอบ
วันแรกก็โดน วัดใจ ขับรถ บรรทุกในกรุงเทพฯ
ขึ้นทางด่วน ตั้งแต่ดาวคะนอง
จ่ายค่าทางด่วนดาวคะนองเสร็จ
เอาละสิรถติดตรงไหนไม่ติด
มาติดตรงกลางสะพาน
รถก็บรรทุกของเต็มกระบะ
รอบข้างรถเต็มไปหมด
กูจะทำยังไงว่ะ คิดในใจเป็นไงเป็นกัน
เหยียบ คลัซ เหยียบ เบรก จนเท้าเกรงไปหมด
ขยับได้ไม่ถึงเมตรก็จอดอีก
โอ้โห่ รถโยกทั้งคัน แอร์ก็ไม่มี เหงื่อไหลพรากเลยกู
แต่ใจมันก็ฮึดสู้
เคยขับอยู่แต่กับท้องนา
ไม่มีไฟแดง ไฟเขียว
รถก็ไม่มีติด แต่นี้อะไร
ทางด่วนแท้ๆยังติด มันตรงกันข้าม
กับบ้านนอก สายลมจริง
อย่างงี้ต้องเรียกว่าทางด่วนมาติด
กับบ้านนอก สายลมจริง
อย่างงี้ต้องเรียกว่าทางด่วนมาติด
กว่าจะผ่านด่านขึ้นสะพาน จนถึงเนินสูงได้
ต้องใช้ทักษะ แบบคนบ้านนอก
เท้าข้างขวาเหยียบเบรก ปลายเท้าแตะคันเร่ง
ช่างเป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้น คิดถึงทีไรแล้ว
มันมีพลัง ในการผ่านบททดสอบที่ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้บ้าง
พอผ่านด่านนี้เท่านั้นแหละ
โลกทั้งโลกที่เหมือนถูกทับ มันโล่งใจจนบอกไม่ถูก
ทีนี้แหละ มันส์
เริ่มจากคนบ้านนอกคอกนา
มาขับรถเมืองกรุง ชีวิตที่น่าเบื่อก็เริ่มขึ้น
จาก รถบรรทุกมีเวลา ( ติดเวลา)
อื่ม มันต่างจากบ้านนอกจริงๆ
ลงทางด่วนมาเจอเลยเวลาวิ่ง ก็ต้องถูกจับ
และปรับ วิ่งขวาก็ไม่ได้ เจอควันดำก็โดนอีก
มันชักจะวุ่นวาย
รถใหญ่นี้มันโดนไปหมด แซงขวานี้นิดเดียวก็โดน
ใบขับขี ไม่ต้องพกครับ งานนี้ ฝากไว้ สน.
ใช้ใบสั่งแทน เจอซ้อนใบสั่งก็มีไม่มีเวลาไปเอา
ขับรถก็ว่าเหนื่อยแล้ว ในจะรถติดเป็นประจำวัน
งานก็เร่ง ร้อนก็ร้อน บวกกับใจมันเริ่มจะขุ่น
หาที่ระบายอะไรไม่ได้ มีที่เดียว คือคันเร่งสิครับ
ขึ้นทางด่วนทางสะดวกเมื่อใด
เป็นต้องจัดเต็ม เหยียบขันเร่งจนมิด
เร็วไม่เร็วไม่สำคัญ กดคันเร่งมิด
ไม่ใช้รถพ่อรถแม่กู
ซิ่งจนชำนาญไม่มีอะไรน่ากลัว
มันก็ต้องมีบ้าง แบบว่า ปู๊ดป้าด
ไม่หลบมีเสียว เพราะรถใหญ่
มันอึดอัดมาทั้งวัน วิ่งเปล่าเมื่อไร
ก็ต้องอัดซิ่ง ขับมาก็เกือบปี
ชักเบื่อหน่าย ร่างกายที่แข็งแรง
ผอมแห้งยังกับคนกินยาบ้ามา
ขับมาไม่เคยเชี่ยวชน
ถึงจุดเปลี่ยน ออกดีกว่า
ไม่อยู่ เปลี่ยนงานดีกว่า
แค่นี้ก็มีประสบการณ์พอแล้ว
คนอย่างสายลม เลือกงานได้
อยากมาทำงานแถวๆ ในตัวกลางกรุงบ้าง
เปลี่ยนบรรยากาศ
เปลี่ยนบรรยากาศ



