วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

จุดเปลี่ยน เด็กบ้านนอก

บททดสอบ

ขับรถบรรทุก 



 ในกรุงเทพ ครั้งแรกของชีวิต

วันแรกก็โดน วัดใจ ขับรถ บรรทุกในกรุงเทพฯ

 ขึ้นทางด่วน ตั้งแต่ดาวคะนอง

  จ่ายค่าทางด่วนดาวคะนองเสร็จ  

ทางด่วนสมชื่อจริงๆ วิ่งมาไม่ทันไร



 มาติดตรงทางขึ้นสะพานพระรามเก้า
  
เอาละสิรถติดตรงไหนไม่ติด 

มาติดตรงกลางสะพาน

  รถก็บรรทุกของเต็มกระบะ

 รอบข้างรถเต็มไปหมด

  กูจะทำยังไงว่ะ คิดในใจเป็นไงเป็นกัน

  เหยียบ คลัซ เหยียบ เบรก จนเท้าเกรงไปหมด 

ขยับได้ไม่ถึงเมตรก็จอดอีก

  โอ้โห่ รถโยกทั้งคัน แอร์ก็ไม่มี เหงื่อไหลพรากเลยกู

  แต่ใจมันก็ฮึดสู้ 

 เคยขับอยู่แต่กับท้องนา


 ไม่มีไฟแดง ไฟเขียว 

 รถก็ไม่มีติด แต่นี้อะไร 

ทางด่วนแท้ๆยังติด มันตรงกันข้าม

กับบ้านนอก สายลมจริง 

 อย่างงี้ต้องเรียกว่าทางด่วนมาติด 

 กว่าจะผ่านด่านขึ้นสะพาน จนถึงเนินสูงได้

 ต้องใช้ทักษะ แบบคนบ้านนอก 

 เท้าข้างขวาเหยียบเบรก ปลายเท้าแตะคันเร่ง

 ช่างเป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้น คิดถึงทีไรแล้ว

 มันมีพลัง ในการผ่านบททดสอบที่ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้บ้าง 

 พอผ่านด่านนี้เท่านั้นแหละ

 โลกทั้งโลกที่เหมือนถูกทับ มันโล่งใจจนบอกไม่ถูก

  ทีนี้แหละ มันส์  


เริ่มจากคนบ้านนอกคอกนา

 มาขับรถเมืองกรุง  ชีวิตที่น่าเบื่อก็เริ่มขึ้น


จาก รถบรรทุกมีเวลา  ( ติดเวลา)

 อื่ม  มันต่างจากบ้านนอกจริงๆ 

ลงทางด่วนมาเจอเลยเวลาวิ่ง ก็ต้องถูกจับ

 และปรับ วิ่งขวาก็ไม่ได้  เจอควันดำก็โดนอีก

  มันชักจะวุ่นวาย

  รถใหญ่นี้มันโดนไปหมด แซงขวานี้นิดเดียวก็โดน

 ใบขับขี  ไม่ต้องพกครับ งานนี้ ฝากไว้ สน.

ใช้ใบสั่งแทน เจอซ้อนใบสั่งก็มีไม่มีเวลาไปเอา 

ขับรถก็ว่าเหนื่อยแล้ว ในจะรถติดเป็นประจำวัน

  งานก็เร่ง ร้อนก็ร้อน  บวกกับใจมันเริ่มจะขุ่น

  หาที่ระบายอะไรไม่ได้  มีที่เดียว คือคันเร่งสิครับ

  ขึ้นทางด่วนทางสะดวกเมื่อใด 

 เป็นต้องจัดเต็ม เหยียบขันเร่งจนมิด 

เร็วไม่เร็วไม่สำคัญ กดคันเร่งมิด 


 ไม่ใช้รถพ่อรถแม่กู

 ซิ่งจนชำนาญไม่มีอะไรน่ากลัว

 มันก็ต้องมีบ้าง แบบว่า ปู๊ดป้าด

 ไม่หลบมีเสียว เพราะรถใหญ่

 มันอึดอัดมาทั้งวัน  วิ่งเปล่าเมื่อไร

 ก็ต้องอัดซิ่ง  ขับมาก็เกือบปี

 ชักเบื่อหน่าย ร่างกายที่แข็งแรง

 ผอมแห้งยังกับคนกินยาบ้ามา

 ขับมาไม่เคยเชี่ยวชน

ถึงจุดเปลี่ยน ออกดีกว่า 

ไม่อยู่ เปลี่ยนงานดีกว่า

 แค่นี้ก็มีประสบการณ์พอแล้ว

 คนอย่างสายลม เลือกงานได้  

อยากมาทำงานแถวๆ ในตัวกลางกรุงบ้าง

เปลี่ยนบรรยากาศ

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559

บางบอนที่รัก.!!!!


 หน้าตลาดบางบอน


ขี่มอเตอร์ไซค์


 รับจ้างเปลี่ยนอาชีพเป็นนายตัวเอง

จากเด็กบ้านนอก ไม่รู้จักใคร มาเป็นวินมอเตอร์ไซค์

 ขับส่งผู้โดยสาร ได้ค่าจ้างตาม ระยะทาง

 ที่ตกลงกัน ถ้าระยะใกล้ก็ว่าไปตามที่ผู้โดยสารเคยนั่งมาเท่าไหร่ก็ว่าตามกัน 

 วินตรงนี้ก็ดีเสียด้วยอยู่หน้าตลาด ผู้โดยสารก็เยอะเป็นธรรมดา

  แต่ ดันมี 2 กะ เวลา ต้องเช่าค่าเสื้อ วิ่ง  ปี่ ละ 15,000 บาท

 อื่มแต่ก็ลองดู มีรถคู่ใจ 1คันจะไปกลัวอะไร

  ลองอาชีพนี้ดูบ้างว่าจะเป็นอย่างไร 

เวลาเปลี่ยน กะรับ รอบเย็นจาก

 18.00 น ถึงตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น คือ 06.00 น

เส้นทางไม่ต้องห่วง ผู้โดยสารบอกเอง

 ว่าไปตรงไหนตามแต่ละซอย สนุกดี เงินดี อาชีพอิสระ

 อากาศไม่ร้อนเพราะวิ่งทั้งคืน 

  วันเสาร์อาทิตย์ก็จะได้ผู้โดยสารเยอะหน่อย กระเป๋าตังค์ก็ตุงหน่อย

 มีเงินเหลือใช้หักค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลือเงินเป็นหมื่นได้

 ตัวคนเดียวเก็บเงินสบายๆ เป็นเจ้านายตัวเอง 

ชีวิตทุกชีวิต  ต้องดิ้นรน

  ทุกๆคนก็ต้องดิ้นรนทำมาหากินเพื่อความอยู่รอดของตัวเองและครอบครัว



วิ่งกลางคืนนี้  ได้เห็นหลายๆอาชีพที่ทำงาน

เย็นกลับบ้านมาแทบจะไม่มีเวลาได้ไปไหน

 เพราะชีวิตเมืองกรุงก้าวไปที่ไหนก็ต้องใช้เงิน  

ออกไปไหนก็ต้องเรียกวินมอเตอร์ไซค์เพราะการเดินเท้าไม่สะดวก

รถราก็เยอะ ยามค่ำคืนยิ่งดึกสงัดผู้คนก็ไปๆมา เหมือนไม่หลับไม่นอน 

 ยิ่งวันอาทิตย์ สิ้นเดือนก็จะเยอะเพราะเป็นวันที่เงินเดือนออก

 ผู้โดยสารทั้งหญิงชาย ก็เดินเต็มไปหมด

 หน้าตาดูแต่ละคนสดชื่นเดินเป็นคู่ๆ ทำให้คนสายลม อดอิจฉาไม่ได้เลย

 นี้หรือชีวิตคนกรุงเทพ ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์

รถคู่ใจจนชำนาญ

 ซิ่งเป็นว่าเล่น ทำเหมือนกับว่ากรุงเทพ

นี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับบ้านนอกเราดีๆนี้เอง กลมกลืนตาม สไตล์สายลม



 อยู่ที่ไหนก็ได้ เพราะสายลมชอบอะไรที่ ท้าทายในชีวิต

เริ่มเห็นอะไรหลายๆอย่าง ในตัวของคนที่อยู่ในกรุง 

 เพราะส่วนมากมีแต่มาจาก ต่างจังหวัด มาทำงาน

 วินมอเตอร์ไซร์คนไหนบริการดีรู้จักพูดคุยดีก็จะมีลูกค้าประจำ

 ให้ไปรับไปส่ง บางทีก็เหมาเป็นรายเดือนเลย ตามแต่ตกลงกันเอง 

 สาวโรงงานกลับมาดึกดื่น ก็จะได้วินมอเตอร์ไซค์ที่ไว้ใจใช้เป็นขาประจำ

  ทุกคนล้วนต้องทำงานเพื่อแลกกับเงินที่เรียกว่า เงินเดือน

 พอๆกับสายลม แต่สายลมไม่มีเงินเดือน แต่เป็นค่าขยันมากกว่า

 บางวันก็รับเยอะแล้วแต่เจอลูกค้าที่มาเรียกใช้บริการตาม คิว ไกลๆ 

ชีวิตสนุกแบบตามประสาวัยรุ่น 

เส้นทางในกรุงเทพแทบจะรู้ทุกซอย 

 วิ่งจนชำนาญ บางวันก็มีแอบมาชมรถแข่ง

 แถวสะพานพระรามเก้า สนุกไปอีกแบบ 

เริ่มจะอิ่มตัว  ไม่ได้ขี้เกียจแต่เห็นว่า 

มันอันตรายชีวิตเสี่ยงตายทุกวินาที

เพราะรถราก็เยอะ ยิ่งดึกๆรถก็วิ่งเร็ว  

อุบัติเหตุ เกิดกับสายลม เหินฟ้าจนกระเดนสลบ เกือบตายตอนเที่ยงคืน

   ทั้งขับชนหมาตอนกลางคืนวิ่งตัดหน้าชนเต็มๆ

แฉลบกระเดนจากรถไถพื้นถนนเป็น 10 กว่าเมตร 

หน้าแหกเกือบเสียโชม ดีที่ใช้วิชา จ่าพนม 

โอ้ชีวิตลูกผู้ชายนี้ สุดๆ


 ว่าลงเรืออยู่กลางมหาสมุทรนี้เสี่ยงตายมากแล้ว

 บนบกนี้ยิ่งหนักกว่าอีก แต่ก็มันส์ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะตัวคนเดียว 

 เห็นรถชนกันตายก็หลายศพ ทะเลาะกัน ตีกันจนเป็นเรื่องปกติ

 แม้แต่ตัวสายลมเอง ก็ยังไม่วายได้ลุยกันกับเพื่อนที่ขี่วินมอเตอร์ไซค์ที่เดียว

  มึงจะตีกันทำไมว่ะ เจอหน้ากันทุกวัน 

สุดท้ายก็เป็นเพื่อนกัน


 ก็อย่างว่าแหละ เห็นว่าสายลมเป็นคนบ้านนอก

ก็คิดจะข่มกันง่ายๆ มันก็ต้องลองกันหน่อย 

ไม่มีการแยกเอาแค่พอหอมปากหอมคอ   

 อยู่ได้ปีพอดี หมดสัญญา ไม่ต่อดีกว่าชักเบื่อ

 เสียงเกินไป

 อยากลองเข้าขับรถใหญ่บ้าง จะเป็นอย่างไร