วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

กินข้าว....นอกบ้าน

ตอนที่.11


 เข้าป่าออฟโรด "บินหลาดง" 


ภาพประกอบ (คนนี้หน้าคุ้นๆ)

 เปลี่ยน.....บรรยากาศ เอาบุญกันไป ทิไล่ป้า จ. กาญจนบุรี 

ไปครั้งนี้ไปเพื่อเอาของไปช่วยเหลือ โรงเรียน ตชด.ทิไล่ป้า

สายลม............................

 มีญาติที่ทำงาน อยู่มูลนิธิ แถว จ.นครปฐม. ก็เลยไปบอกความจำนงค์ 
  ว่าอยากได้ของเล่น ขนม เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนต่างๆ เอาไปให้เด็กๆที่อยู่บนเขา  
พี่คนนี้เลยจัดให้  ของบริจาคเอาไปให้เด็กชาวเขา ที่ห่างไกลความเจริญ แต่เส้นทาง
ต้องไปด้วย รถออฟโรด 4x4 เท่านั้น ขนม มากมายเต็มรถเลยครับ ต้องอนุโมทนาบุญ
กับผู้ใหญ่ใจดีทุกๆท่าน
 สายลม...ก็เคยขนขนม และสิ่งของต่างๆ ไปแจกที่โรงเรียนต่างจังหวัด จัดมาหลายครั้งแล้ว
 ขนให้ฟรี เอาไปให้เด็กๆนักเรียน. เมื่อมีของพร้อม  ติดไม้ติดมือ งานนี้ไปเป็นทีม 



"ภาพประกอบ"

"บินหลาดง"

 จุดนัดพบ..............ปัม ปตท. โลตัส สมุทรปราการ ทุ่มเจอกัน รถแต่ละคันมาพร้อม

จุดนัดหมาย แต่ละคันโคตรดุเลย รถยกสูงล้อใหญ่แบบนี้ ต้องวิ่งทางที่ หฤโหดเท่านั้น....

รถ 8-9 คันวิ่งตามกันเป็นขบวน เสียงยางรถดังเพราะดอกยางใหญ่ ดังระงม.

 โอ้โฮ่..... ได้ใจจริงๆ เสียงยังกับออกรบ  รถทุกคันบรรทุกของต่างๆ เต็ม

 คนอยู่ที่ห่างไกลความเจริญ ที่อยู่บนขุนเขา กว้างไกล ติดชายแดนพม่าเลยที่เดียว

 กระบะเดียวขนถังใหญ่ 3,000 ลิตร อันเดียวก็เต็มแล้ว ส่วนข้างในถังเต็มไปด้วย

ข้าวของต่างๆ จิปาถะ.

ผ่านกาญจนบุรี ไปสังขละ ต่อไปเรื่อยๆ มีพักและจ่ายตลาดนิดหน่อย...

 อาหารเตรียมพร้อม ในการไป กินข้าวนอกบ้าน  ในป่าครับ..... เดินทางต่อ....

วิ่งตั้งแต่เมื่อคืนคนขับยังไม่ได้เปลี่ยนมือ ....วิ่งมาจนเช้าทางก็ไม่ดี  วิ่งก็ลำบาก

(ทางลาดยาง) พอลงวิ่งทางถนนรุกรัง เท่านั้นแหละครับพี่น้อง.....

เฮ้ย..ทางแม่งโคตรเจ่งเลย เจอทางดีแล้วโว้ย....(ภาษาที่ใช่กัน)

เส้นทางขอบอก...คดเคี้ยวไปมาเหมือนหมุนอยู่กับที่. 

"ภาพประกอบ"

ผ่านบ้าน ผ่านเขาลูกแล้วลูกเล่า ยิ่งลึกเข้าไปเรื่อยๆ บรรยากาศทิวทัศน์ข้างทาง

ช่างงดงามอะไรอย่างนี้  มองไปแล้วสดชื่น ได้รับอากาศบริสุทธิ์สูดลมหายใจ

ได้เต็มปอด บางทีก็เจอเขาทั้งลูกเตียนไปหมดด้วยการถูกเผา

เพื่อรุกที่ทำกินนั้นเอง. ลงผ่านแม่น้ำสายธารที่อยู่ตามเส้นทาง   



"ภาพประกอบ"

น้ำไหลสะอาดเย็นสบาย ถ้าอาบแล้วคงชื่นใจ. มีแรงลุยกันต่อไป 

 วิ่งมาทั้งวันยังไม่ถึงเป้าหมาย. เป็นขบวนรถออฟโรด.

 วิ่งกันเสียงนี้สะเทือนลั่นป่าไพรเลย. มันส์ละสิครับ. 


"ภาพประกอบ"

มันเหมือนกับว่าคนขับได้ปลดปล่อย ระบายอะไรสักอย่าง. เวี่ยงซ้ายเวี่ยงขวา 

เชิดหน้าหัวทิ่ม ตามแต่เส้นทาง ลุยน้ำลุยโคลนครบรูปแบบ

"ภาพประกอบ"
 มาจุดพัก..

 เที่ยงแล้ว หุงข้าว เราเตาแก๊สปิกนิกมาด้วยม้อข้าว ขาวสารพร้อม. 

ให้เดาว่าใครหุงจะหุงข้าว.... สายลม..... ของจิ๊บเพราะสายลม.... 

ลูกชาวนาแม่สอนหุงข้าวตั้งแต่ยังไม่เข้า ป.1 เลย เพราะนอนอยู่กระท่อม

 ทุ่งนาบรรยากาศแสนโรแมนติก เรื่องแค่นี้จิ๊บ ๆ

"ภาพประกอบ"

พี่ๆเขารู้กันไม่มีอะไรสั่งได้.( ไม่ได้โม้) ข้าวสุก เอากระทะทอดไข่เจียว. 

ต้มน้ำเปล่าที่เตรียมมาใครที่ชอบ  มาม่าก็จัดไปตาม แล้วแต่คนชอบ. 

เสร็จเรียบร้อยเดินทางต่อ เส้นทางไม่ต้องถามว่าดีไหม

 ดีมากๆ รถออฟโรด เท่านั้น .... ขอเตือนว่า ถ้าใจรักถนอมรถ 

อย่าเอามาต้องทำใจไว้เลยรถคุณขากลับ จะต่างจากขามาจาก100%

ขากลับรถอาจจะสภาพเหลือ แค่ 30% หรือดีหน่อย 50%  เดี่ยวก็รู้. 

ตามต่อไป... ใช้วิทยุสือสารวอร์ หากันตลอดทาง


                                                                "ภาพประกอบ"


ใครที่ขับนำหน้า เจออะไรก็จะะแจ้ง ให้ทุกคันทราบ โค้ง. เหว.บ่อน้ำ  

แล้วตามสถานการณ์ ก็ว่ากันไปตามแต่ละเส้นทาง. สุดท้ายก็มาถึงจุดพัก

 ต้องนอนพักคืนก่อนเดินทางต่อไป. สายลมหุงข้าวเหมือนเดิมอาหารง่ายๆ

 ตามมีตามเกิดปลาหมึกทอด เนื้อแดดเดียว แกงเนื้อ 

ทอดไข่เจียว ปลากระป๋อง แหม.ก็เพิ่งจ่ายตลาดมา ก็บอกแล้วไงครับ 

ว่าไปกินข้าวนอกบ้าน...!!!!

 เส้นทางที่จะไปจะะต้องทำ


"หนังสือขออนุญาตป่าไม้ก่อน"


 จะเดินทางวันไหน

.ไปที่ไหนต้องประสานงานเสร็จล่วงหน้าเป็นเดือนครับ.

 เพราะเส้นทางมีปิดไม่ให้วิ่งในช่วงหน้าฝน ครับ. 

ทางเจ้าหน้าที่มาคุยด้วย เล่าให้ฟังว่า มีทีมหนึ่ง 

ก่อนหน้าเนี่ยประมาณ 20 กว่าวัน เจอฝนรถทั้งติดทั้งตกเหว

และคว่ำแต่ไม่มีใครเป็นอะไร. มาเล่าให้ฟังว่า กูไม่มาอีกแล้ว ทิไล่ป้า.

 พวกเราทุกคนฟังแล้วก็ขำ. 


เราเคยมาครั้งหนึ่งแล้ว ช่วงเดือน เมษายน ขับสบายๆฟังแล้วก็ไม่สนใจ 

 ได้เวลานอนพักเอาแรง เพราะขับมาทั้งวันแล้ว พรุ่งนี้จะเป็นอย่างบ้างไรก็ไม่รู้.

 ทุกคนมีเต้น กางเต้นใกล้กับ ที่จอดรถอยู่ข้างสายน้ำไหล 

เมื่อตอนกลางวันได้อาบน้ำ ธรรมชาตินี้มันชื่นใจจริงๆ มองไปที่ขอบริมเห็นผีเสื้อ  




"ภาพประกอบ"

บินเป็นกลุ่ม หลากหลายสี มีป้ายห้ามจับ อย่าทำลายธรรมชาติ 

เป็นการได้พักผ่อน. อยู่ในเมืองมานานเจอแต่ควันท่อไอเสีย

 เสียงรถดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหมด แต่ที่นี้เงียบสงัด ได้ยินเสียงน้ำตก

 เสียงน้ำไหลกระแทกโคตหิน ฟังแล้วได้อารมณ์ ได้ยินเสียงนกร้อง...!!!

"ภาพประกอบ"

 และ เสียงชะนีเรียกผัว... ผัวๆๆๆจริงๆครับ. สายลมจะนอน แต่ก่อนนอน

 ขอท้าวความก่อนว่า. สายลมไม่มีเต้นครับ แต่....สายลมมีกลดพระธุดงค์....

พี่ๆแซวเฮ้ยไม่ต้องกลัวโว้ย ขบวนเรามีพระธุดงค์มาด้วย.......ฮ่า......

ก็สายลมมันชอบแบบง่ายๆเชือกหนึ่งเส้นขึงกับต้นไม้

กางกลดเสือผืนมุ่งกลดลงก็สบายแล้ว.

 ก่อนนอนสายลมก็จะจุดธูปเทียน. 

พนมมือขอเจ้าป่าเจ้าเขาของสถานที่ (ไม่เชื่ออย่าลบหลู)

บอกว่าเรามาเพื่ออะไรและไปไหน ขอพักสถานที่ตรงนี้

ไม่ได้ตั้งใจมารบกวน แต่ขอพักพรุ่งนี้ก็ไปแล้ว ทุกคนหลับสนิท

เพราะเดินทางมาทั้งวัน. เสียงกรนดัง คร๊อกๆ.......ตามจังหวะหายใจ

 เสียงเรไรดังบวกกับเสียงน้ำตกไหลไม่หยุด วันนี้นอนฟังเสียงน้ำตกไหล

ก่อนนอน. 

สายลม ...!!! 

กราบที่นอน เสร็จบูชาพระก่อนนอน เพราะแม่เคยสอนให้กราบหมอน

และสวดก่อนนอนทุกคืน เสร็จ สายลม...นั่งหลับตาเจริญสมาธิภาวนา  

กำหนดลมหายใจเข้าออก รู้หยุบหนอพองหนอ จนร่างกายบอกว่าพอ

แล้วถึงนอน หลับสบาย อย่างไมเคยเป็นมาก่อน. 

อาจจะเพลีย หรือบรรยากาศธรรมชาติเป็นใจก็ไม่ทราบ. 

ตื่นเช้ามา...

"ภาพประกอบ"

ทุกคนพร้อมจัดเตรียมเช็คดูรถ ตัวเองแล้วมาทานข้าวพร้อมออกเดินทาง

 สายลมเดินทางไปกับรถคารีเบี้ยน เป็นคันที่วิ่งปิดท้ายขบวน. 

นั่งรถมีคนขับให้นั่งสบายๆ ชีวิตนี้ดีจังเลย.  พูดแซวคนขับเล่นๆ

ออกเดินทางวิ่งไปเรื่อยๆ ประมาณสักชม. ฝนลงเม็ด

ครับพี่น้อง...หนักเสียด้วยเส้นทางเริ่มๆจะมีปัญหาแล้วครับ

 คันที่ 3  ติดโลมต้องใช้คนช่วยและต้องใช่วินซ์ไฟฟ้าช่วย



"ภาพประกอบ"

 ฝนก็ตกหนักถลนลื่น เดินด้วยเท้าเปล่ายังลื่นเลย 

คันนี้ได้อีกคันก็ติด สลับกับไปมา  หนทางก็ลักทุเลไปหมด

 ทางก็ชันคนก็เปียกเสื้อผ้าดูไม่ได้โคลนเต็มไปหมด

 จากล้อรถปั่นกระจายใส่หน้าเต็มไปหมด สนุกละครับ วันนี้ 

ชีวิตมันโคตรๆจริงๆๆ ...โว้ย...!!!

เหตุการแบบนี้เกิดขึ้นเราก็จะได้รู้ว่าใครเห็นแก่ตัว. 

มันต้องช่วยกันเป็นทีม แบกแฮนด์ลิฟท์ลิป หนักก็หนักขึ้นๆลง



"ภาพประกอบ"

อ่อนระโหยโรยแรงไปหมด ฝนก็ตกต่อเนื่อง



                                                                   "ภาพประกอบ" 


 หนักบ้างเบาบ้างเหมือนพายุเข้า คนขับก็อ่อนล้า


                                                                  ภาพประกอบ"


เนื่องจากทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องค่อยๆไปให้ถึงเป้าหมาย



                                                                      "ภาพประกอบ"


 เพราะมันไม่ใช้ทางเรียบ ดินก็ลื่นขับไม่ระวังมีหวังตกเหวครับ. 


                                                                   "ภาพประกอบ"


เส้นทางบางที่ต้องวินซ์ไฟฟ้า เกาะต้นไม่ลากเอา ขึ้นๆลงๆเมื่อยไปทั้งตัว



                                                                   "ภาพประกอบ"


มืดแล้วยังไปไม่ถึงเลยรถก็ติด ต้องถ่ายเทช่วยกันระยะทางอีกยาวไกล



                                                                          "ภาพประกอบ"


 เรายังยู่ในป่าเลย ฝนก็ตกตลอด มือไม่สั่น หน้าแต่ละคนดูขาวซีดไปหมด.



                                                                "ภาพประกอบ"


 มันทรมานจริงๆ  ทุกคนกัดฟันช่วยกันสมเป็นทีมเวิรค์จริงๆ 

รถปิดท้ายขบวนคือรถเราเล่นขี้เลนกัน  ตั้งแต่เช้ามาโฮ่...ชีวิต...

หมดแรงเดินแทบไม่ไหว ทรมานจริงๆ ของก็อยู่เต็มรถ 



                                                                       "ภาพประกอบ"


ในเมื่อทางก็ชัน ดินเป็นดินเหนียวเจอฝนโคตรลื่นเลยครับ พี่น้อง 



                                                                      "ภาพประกอบ"


ใช้วินซ์ไฟฟ้า อย่างเดียวถึงจะไปได้.  มาถึงตรงนี้รถขึ้นมาไม่ได้



                                                                   "ภาพประกอบ"


ต้องใช้วินซ์ไฟฟ้าช่วยใครละที่จะเอาสลิงไปเกาะกับต้นไม้มืดมองไม่เห็น

มีแต่แสงไฟหน้ารถเท่านั้นรถก็ดันหันไปคนละทาง. 

 สายลม....จัดการเองลากสลิงขึ้นข้างบนยาว20เมตร

ไม่มีใครต้นไม้ใหญ่ก็ไม่มีต้นอะไรก็ได้ขอให้ได้เกาะช่วยรถก่อน

 รถดับเครื่องเงียบสงัด เกาะเสร็จเดินลงมาข้างล้าง 

 เสียงที่ไม่คาดฝันดังขึ้น พร้อมกับกิ่งไม่เหมือนมีอะไรเคลื่อนไหว


เกือบตาย...!!!

ข้างหน้า ตามมาด้วยเสียง ฟู่ๆ....เต็มสองหูเลย...!!!

 สายลม...ตัวปลิวเลยครับ กระโจนเลยตีลังกากลิ้งตลบหลายตลบเลย 

  ต้นอะไรเกาะไม่สนแล้วนะตอนนั้น เพราะเสียงมันชัดๆ

พี่ ที่อยู่ด้านล้าง เฮ้ยๆ....เป็นอะไรกลิ้งมา. 

สายลมไม่บอก พูดแค่ว่าลื่นเสียหลักเท่านั่นจบ.

 ใจเต้นตึ๊บตับๆยังไม่หายเลย... กูมาเอาบุญหรือจะเอาชีวิตมาทิ้งว่ะ.


เฮ้อ...เศร้าจัง...!!


(คิดในใจกูไม่ไปแก้สลิงแนนอน) ฮ่าๆ.....

ชัดเจนปานนั้นสุดท้ายก็ขึ้นมาได้น้องอีกคนแกะสลิงออกมา

ก็อย่างที่บอก  ถึงให้ไปแกะ กูไม่ไปบอกแค่เนี่ย....!!!

มาได้สักพักติดโลมอีกสุดท้ายก็ตกลงกัน ให้ไปก่อนส่วนคันจอดนี้แหละ

ตี 2 กว่าแล้วปล้ำมาทั้งวันทั้งตัว ก็เปียกทั้งวันเนื้อตัวดูไม่ได้มอมแมมไปหมด

เหลือเรากับพี่คนขับ แกก็นอนในหน้ารถแก. สายลม...นอนไหน....

 ชื่นแชะอย่างนี้ลองนอนพื้นรับรอง.....มีเสียวครับนี้ขนาดสายลม....

ใส่รองเท้าชุดทหารทั้งหมด หนักก็หนัก แกะเชือกตรวจเช็คว่ามีอะไร

ติดอยู่ข้างในหรือเปล่าไม่มี. เหลืออีกข้างแกะออกดู

 โอ้.... ตัวใหญ่อ้วนพีเลยมัน .......



"ภาพประกอบ"

คือทากดูดเลือดไม่รู้มันเข้าไปตั้งแต่เมื่อไหร

ขนาดรัดหุ้มอย่างแน่นหนามันยังเข้าไปได้  เอานิ้วดึงออกยังเกาะ

หนึบไม่อยากออกอีกพอเอาออกได้เลือดไหลไม่หยุดเลย.

 ต้องเอาเส้นยาสูบมาอุดปิดแผล 

ฝนตกปรอยๆนอนบนฝากระโปรงรถอีกไม่กี่ชม.ก็สว่างแล้ว. 

มันจะนอนหลับได้อย่างเนื้อตัวเปียกไปหมด. อ่อนเพลียหลับไม่รู้เรื่อง 

สว่างแล้วฝนหยุดตกตอนไหนไม่ทราบ. ทีมรถมารับแล้วจอดรถทิ้งขวางทางไว้เลย  




"ภาพประกอบ"

หลังจากมอบของทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จ คุยกับพี ตชด.คุยไปคุยมาพี่ท่านมาจากอีสาน. 

คนบ้านเดียวกัน.  ท่านบอกว่าท่านรักที่นี้และรักชาวบ้านที่นี้ท่านสอนหนังสือเด็กๆ

ที่ เป็นทั้งคุณครูเป็นทั้งหมอทำทุกอย่างที่นี้  ขอชื่นชมว่าพี่นี้สุดยอด.

 เราไม่ลำบากเท่าพี่เขาเลย พี่ ตชด. บอกว่าเขตชายแดนพม่าอยู่ใกล้ๆ

 แล้วท่านก็พาเข้าหมู่บ้าน 

สภาพบ้าน อยู่แบบเรียบง่าย. บรรยากาศแบบนี้ชอยเลย

 มีสายน้ำผ่านในหมู่บ้านด่วย มีร้านค้าเหมือนเราๆแต่ก็แพงนิดหนึ่งไม่แพง

เท่าร้านที่ขายตามสถานที่ท่องเที่ยวแน่นอน. เพราะนี้เป็นร้านค้าในหมู่บ้าน

ได้เวลาแล้วถ่ายรูปร่วมกัน มีไฮไล




"ภาพจริง"

 ปะยางเพราะว่ารั่วใช้ทิ่มเสียบอุดรูแล้วใช้น้ำมันราด

ขอบยางตามด้วยจุดไฟเผายางตรงขอบแม๊ก ไฟลุกพรึบ


ยางดีดติดแม๊กโอ้โฮ....สุดยอดจริงๆเครื่องรถยนต์ก็มีปั้มเล็กๆ


จากคอมแอร์สูบลมได้สบายๆเลย. 


ฝนไม่ตกท้องฝ้าสว่างไม่เหมือนตอนขาขึ้นเลย  


กลับแล้วครับ....

รถสายลมมาก่อนพวกเขาๆอยู่ข้างหลัง.   

มาเจอเส้นทางถูกปิดด้วยต้นไม้ใหญ่ล้มปิดทางเอาแล้วงานนี้ใฃ ทีมช่วยกัน

เส้นทางเบียงออก. แต่ที่น่าสนใจ ต้นไม่ที่ล้มขวางมีต้นกล้วยไม้ติดด้วยหลายช่อ

 เจ้าของรถเก็บขึ้นรถ แล้วก็เดินทางต่อทางขากลับลงเขา

 รถทีว่านี้เสียหลักพลิกคว่ำตะแคงคนที่นั่งข้างหลังเกือบโดนทับโดดออกทัน 

งานนี้ต้องวินซ์ไฟฟ้าดึงอย่างเดียวที่ตะแคงให้กลับแบบเดิม

ผ่านไปเส้นทางมืดอีกยังกลับไม่ถึงที่พักเลย รถเรามาก่อนทางก็ลื่น

ไฟก็มองได้ไม่ไกลเลี้ยวซ้าย  เลี้ยวขวา เพราะถ้าพลาดก็ตกเหวยิ่งมืด

เหยียบเบรคมีหวังเพราะว่าเป็นดินเหนียว ทำได้อย่างเดียวเหยียบคันเร่งเลีย

ให้ดอกยางจิกเวี่ยงจนกระจกรถกระเดนออกจากรถ

โอ้ .. ตอนลงนี้โคตรเสียวเลย

ตอนรถสบัด..!! แต่คนขับ ฝีมือ ไม่งั้นเป็นศพเฝ้าป่าเลย

โอ่......สายลมต้องลงเดินมาเก็บอีก มืดก็มืด

พวกเขาตามมาถึงไหนแล้ว. ได้ยินแต่คันพลิกคว่ำอีก. 3รอบ. ฟังจากวิทยุ

 มาถึงก่อนสิ่งที่ต้องทำหุงข้าวรอๆนานพอสควร ทีมก็ถึงมาก็กินข้าวเสร็จต่างคนต่างสลบ 

บางคนมอมแมนนอนแบบนั้นเลย 

  • ผ่านไป..

  • อาบน้ำอาบท่ากินข้าวแล้วก็นั่งสนธนากันเรื่องที่เกิด

  • มองดูรถแต่ละคันดูไม่ได้เลย 5555  ลูกผู้ชายตัวจริง......

  • พี่ป่าไม้เดินมาบอกว่าเมื่อกี้เจอเจ้าป่า นอนขวางทางดำปื้ดเลย. (งูจงอาง)

  • แก่บอกวิ่งแบบไม่คิดเลยแก่บอก.. พี่ที่มาด้วยกัน....ก็บอกว่า..เมื่อคืนก็เห็นตัวใหญ่

  • มากๆตอนที่ลงไปเก็บกระจกที่หล่น..... แกบอกว่าไม่กล้าบอกกลัวเรากลัว.ฮ่า....

  •  ทุกอย่างบุญที่เราเอาของไปแจกเด็กๆจึงทำให้ไม่มีใครเป็นอะไร

  •  ฝนก็ดันมาตกวันที่ขึันไปแต่ขากลับถนนแห้งสนิท

  • ขากลับนั่งมองข้างทางที่รถวิ่ง สายตาก็ต้องสดุดกึก 

  • เพราะภาพี่เห็นเป็นภาพพระมาเดินอยู่ในป่าได้ไง. 



                                                     ."ภาพประกอบ"

................ปลีกวิเวก..............

  • หรือเป็นพระในหมู่บ้าน. ใจปลื้มบอกไม่ถูกที่เห็นพระสงฆ์ในป่าอย่างนี้.

  •  ภาพนี้ประทับใจอยากเป็นเหมือนท่านปลีกวิเวก ติดตาติดใจ  อยู่ถึงทุกวันนี้ 

  • หรือเป็นเพราะนางไม้แปลงมาก็ไม่ทราบทำให้สายลม...ติดใจ

  •   หนทางที่ไป ทิไล่ป้า ตั้งแต่ครั้งนั้นมาก็ไม่เคยได้ไปอีกเลย

  • สงสัยเป็นครั้งสุดท้ายละมัง....


ติดตามตอนต่อไป.........

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ไม่เจ้าชู้...!!!งูไม่มีพิษ...?

ตอนที่ 10

                               เมื่อจับได้ว่า...เธอ...มีคนใหม่...?


  • ทั้งๆที่ เคยบอกว่า... ฉันไม่ชอบคนที่หักหลัง 

  • ถ้าจะนอกใจให้บอกตรงๆ อย่าทำให้แค้น... 

  • ฉันเอาคืน 100 เท่า...แต่สุดท้าย...

  •  ก็ทำไม่ลงด้วยเหตุผลที่เธอบอกว่า....ถูก...ขืนใจ....

  • แหม...ไม่อยากจะเชื่อ...แต่ก็ไม่เป็นไร.

  •  แค่ไม่กี่นาทีก็เคลียร์  ในเมื่อของที่ไม่ใช้ของๆเราสักวันก็ต้องไป.

สายลม...



ไม่มีอาการเสียใจ แต่กลับมาคิดทบทวนข้อผิดพลาดตัวเอง



 ที่ผ่านมากับ ผู้หญิงคนนี้.



คิดไปคิดมาก็ดี...แต่ก่อนที่ต่างคนต่างไป มาคุยกันก่อน.



 สุดท้ายก็ไปด้วยที่เป็นมิตรภาพที่ดี...

การเดินทางเหมือนเข็มนาฬิกา...

ขับรถบัส 



                                                           (ภาพประกอบ)


โรงงาน.NIKON...... โรจนะ จ.อยุธยา

ครั้งแรก.. เป็นเด็กรถให้นั่งดูว่าจุดจอดรับคนงาน จุดไหนบ้าง...?

วันแรก....สาวโรงงานนี้ สวยๆทั้งนั้นเลย 


รับไม่ไกลเท่าไหร่ จาก สุพรรณบุรี มา  อยุธยา 90 กว่า กิโลเมตร

วันที่ 3 โดนปล่อยให้ขับเอง... อืม... 



                                                 (ภาพประกอบ)


กูก็ยังไม่เคยขับรถบัสมาก่อน เอาว่ะ...เป็นไงเป็นกัน 



กู..ก็ไม่เคยถอยอะไรง่ายๆอยู่แล้ว คติเตือนใจตัวเองมาตลอด

 (อะไรที่คนอื่นทำได้กูก็ทำได้) 

วันที่ขึ้นจับพวงมาลัยวันแรกโชคดีหน่อย...


ขับรถเปล่าไปรับคนงาน วิ่งมาเรื่อยๆ แต่พี่ท่าน



พามาทางลัดถนนทุ่งนา โอ้...ทางที่ว่านี้



คดเคี้ยวอีกต่างหากมาเจอด่านแรกทางก็แคบ 



 ตีโค้งอย่างดีขับเกียร์ 3 มาดีๆ มีอาการเหมือนดินยุบ เอาละสิ..



โค้งอีกต่างหาก ตัดสินใจเหยียบคันเร่งเลียคร้าซรถพุ่ง 



ควันตลบอบอวล เกือบแล้ว กู.. รถบัสเกือบคว่ำกลางทุ่งนา



 5555  เหงื่อแตกออกมาเท่ากับเม็ดข้าวโพด



เพราะหลายเดือนมีคนมาแอบบอกว่า  (พี่เขานึกว่าจะคว่ำกลางทุ่งนาเสียแล้ว)



 นี่เป็นด่านที่ทดสอบใจและไวพริบในการตัดสินใจ ของคนขับรถ 



 แหมพี่ท่านเล่นทดสอบแบบไม่ให้ตั้งตัว และก็ผ่านไป...



รถราคาหลายล้าน 
                                                             (ภาพประกอบ)


วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บวช...!!!ทำไม...?

ตอนที่  9

                      เขาถามว่า....บวชทำไม

เป็นคำถามที่  อื่ม...  เลยตอบว่า..

.เคยมีความรู้สึกแบบเบื่อๆไหม...?

อาการแบบนี้มันเกิด โดยที่เราก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเพราะอะไร.

มันหงุดหงิด...มันเบื่อ...มันถึงถึงจุดอิ่มตัว...มันอึดอัด..

.และอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ...

เคยไหม...?

ไม่ดูดบุหรี่

  เวลาเดินเข้าไปในผับ 

แล้วมันเหม็นหายใจไม่ออกต้องออกมา

 นั้นละอาการอย่างนั้น...

ไม่ดื่มเหล้า...?

นั่งดูคนที่ดื่ม...

 จากคนที่ดีๆสักพักเริ่มมีอาการเปลี่ยนไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์

 ไม่ว่าหญิ่งหรือ ชาย

.บวช...!!!ทำไม...?
1.ฆ่า.

ฆ่าสัตว์เล็กๆมาเรื่อยๆเพราะมนุษย์

 อยู่ได้ด้วยการยังชีพ ฆ่าสัตว์ เป็นอาหาร

ทำไม่...? ต้องฆ่า สัตว์ทุกชนิดย่อมรักชีวิตตัวเอง...

เคยห้าม...ทำไมต้องฆ่ามัน คำตอบ...

ก็มันเกิดมาเพื่อเป็นอาหารเราไง อย่าทำเป็นคนใจบุญเลย...

ใช้เหรอ...?

เขาก็รักชีวิต เราเองก็รักชีวิต เช่นเดียวกัน แล้วเราฆ่าเขาทำไม...?

ยามที่เราเห็นสายตาของเพื่อนร่วมโลก

 มองเราด้วยสายตาที่ร้องขอชีวิต...

แต่เขาพูดภาษาเราไม่ได้

เพียงแค่เขาเป็นสัตว์

ที่ต้องเป็นอาหารให้เราได้กินอย่างนั้นหรือ.

2.ขโมย...?

เราเห็น...ทั้งคนที่รับซื้อและคนที่ขโมยต่อหน้าต่อต่อตา..

.รถน้ำมันทั้งคันมาขายให้เพื่อแลกกับ เงิน.เป็น
(ภาพประกอบ)
100,000ๆในพริบตาเดียว มันง่ายอย่างนี้เชียวหรือ...

 ทำไมเขาไม่กลัวบาปกรรมกันเลยหรือ...เขาขโมย...

สมรู้ร่วมคิดกันทั้งคนซื้อและคนขับรถบรรทุก10ล้อ

ขนน้ำมันออกจากบ่อคลังน้ำมัน เอามาขายแล้วตบตา

ด้วยวิธีสกปรก เพื่อแลกกับเงินทองที่สกปรก

 แต่เขากลับไม่สนใจว่าผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นเป็นยังไง.

ขอแค่ กู  ได้เป็นพอ...

 ไอ้นี้ก็อีกคน มาดูงานเพื่อที่จะได้ทำงาน..

 รถพ่วงบรรทุกน้ำปามล์เอาไปทิ้ง
(ภาพประกอบ)
ขนไปทิ้งในสวนปามล์ เข้าปั้มเติมน้ำมัน 

ไอ้นี้ก็เหมือนกันสมรู้ร่วมคิดกันขโมยกับเด็กเติมน้ำมัน

ออกบิลมากกว่าน้ำมันที่เติม เฉลี่ยวันละ 1,000 บาท 

. โอ้โฮ่...30 วัน ก็ เท่ากับ 30,000 บาท เลย มันง่ายอย่างนี้

เลยหรือ ...?ถาม... เฮ้ยทำไมมึงต้องอย่างนี้...

.คำตอบ...

 พี่ ถ้ามาขับด้วยกันกับพวกผม พี่ต้องทำเหมือนกันน่ะ

 รถพ่วงทั้ง 5 คัน ถ้าไม่ทำเหมือนพวกผม... พวกผมก็อยู่ไม่ได้. 

บริษัทเขาก็ต้องรู้... 

อ้าวแล้วกันเลย กู...ทำไมกูต้องมาเจอไอ้พวกที่มันชอบ ขโมยๆว่ะ 

 ทำไมมันต้องขโมยเขาด้วยว่ะ

เงินเดือน ก็ตั้ง 13,000 ต่อเดือนไม่พอ

 ขโมยน้ำมันอีก 30,000 บาท ก็รวมตกไปเดือน ละ 43,000 บาทต่อเดือน

 เลย มันง่ายอย่างนี้  แต่.. ทำไมมันไม่กลัวบาปกรรมว่ะ...? 

กูไม่เอาดีกว่ามึงจะ ขโมยเขาจนรวยแค่ไหนกูก็ไม่เอาด้วย.

 ยอมเสียค่านายหน้าสมัคร ทิ้ง 15,000

 พร้อมคนค้ำประกันที่เป็นข้าราชการ ครู

 3 วันที่นั่งดูและอยู่ด้วยกัน ขอลาไม่เอาด้วย

 และก็ไม่ขอพูดถึง. 

พวกนาย เอาเป็นว่า ทำยังไงก็แล้วแต่พวกนาย...

3.เจ้าชู้....?

โดนหักหลัง... เพราะอะไร  

 ติดตามตอนต่อไป.........












วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ตาย...เป็น...ตาย...กูไม่เอาอะไรทั้งนั้น

ตอนที่ 8

                                                            กราบพระธุดงค์...!!!

 นึกแล้วปลื้มใจไม่รู้ลืม  ตอนเป็นเด็ก 7ขวบ
       เหมือนกับเหตุการณ์ เพิ่งผ่านสดๆร้อนเลย

เรื่องมีอยู่ว่า  พ่อกับแม่พากินข้าวเสร็จ.ก็ให้แต่งตัวไปโรงเรียนในหมู่บ้าน
 ประมาณ 1 กิโลเมตร เดินแบบตามประสาเด็กๆนักเรียนตัวเล็ก เดินคนเดียว
 เพราะเป็นทางทางเดินในหมู่บ้าน  เดินมาถึงประมาณกลางหมู่บ้าน
 ภาพที่เด็กตัวน้อยๆเห็นตอนนั้น  เป็นภาพที่ ทำให้ติดตาติดใจฝังลึกลงในใจ
 และน่าเคารพเลื่อมใสอย่างมาก  ภาพข้างหน้าคือ พระธุดงค์เดินแบกกลดสะพายย่าม
 ห่มผ่าจีวรสีเม็ดมะขามเข้ม อายุราว 45 ปีหน้าตาผ่องใส เดินสวนทางมาพอดี
 เด็กน้อยๆคนนี้ทำไง ครับ... นั่งลงคุกเข่า พนมมือ และกราบๆๆ พระธุดงค์ท่านก็หยุด
แล้วหันมาทางเด็กน้อยที่กำลังก้มกราบ ครั้งที่ 2-3  กราบ 3 ครั้ง ภาพพระธุดงค์ 
ท่านยิ้มให้แล้วท่านก็พูด ... จำไม่ได้   ณ ตอนนั้นเด็กน้อยคนนั้น
 มีความรู้สึกแบบอบอุ่นมาก บอกไม่ถูก  ดีใจมาก ใจพองโต ได้กราบพระธุดงค์  
มีความเลื่อมใสมาก อยากเป็นเหมือนท่าน และต้องทำอย่างท่าน พอถึงโรงเรียน
 ก็โม้ให้เพื่อนนักเรียนด้วยกันฟังว่า กูได้กราบพระ ธุดงค์เมือกี้  ไม่จบแค่นั้น
 ภาพมันติดตาตรึงใจเลิกเรียนกลับมาถึงบ้าน ตะโกนบอก  แม่ๆๆผมเจอพระ
และได้กราบพระธุดงค์ด้วย... แม่ยิ้ม บอกดีแล้วลูก !!!

 แล้วก็ผ่านไป....ต่อ

พี่ชายลูกพี่ลูกน้อง บวช แล้วไปอยู่ที่ สำนักจิตภาวัน จ.ชลบุรี ปฏิบัติเดินธุดงค์ 
นอนกลด เห็นภาพที่พี่ท่านถ่ายมาให้ดู นั่งตากแดด โอ้โฮเห็นภาพแล้วใจพองโต
ถ้าได้บวชจะไปอยู่ปฏิบัติธรรมที่นี้แหละ เพราะใจเห็นจีวรพระแล้วมีความรู้สึกว่าชอบ
และอยากใส่  ที่เลื่อมใสกว่านั้น เพราะท่านเป็นพระหนุ่มบวชยังไม่ถึงพรรษา
 แต่ศีลาจริยวัตรท่าน ดีมาก แล้วท่านก็มาอยู่ที่วัดในหมู่บ้าน ที สำคัญ ท่านมาเป็นเจ้าอาวาส
 เจ้าอาวาสองค์ก่อนหน้าท่านไปสร้างวัดใหม่ เพราะท่านชอบสร้างวัด 
และเป็นพระมาจากประเทศ กัมพูชา มีวิชาอาคม รักษาคน เจ็่บป่วยไข้ 
รักษาทางคุณไสยต่างๆ ได้ ท่านมีโยมมานิมนต์ไปสร้างอีกที่หนึ่ง 
วัดในหมู่บ้านก็เลยว่างพอดี  เราได้โอกาสก็จะไปขลุกอยู่กับพระพี่ชายเกือบทุกวัน 
ก็ว่าได้ แล้วพระพี่ชายก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมต่างๆให้ฟัง  
ยาวมาก แต่ก็ชอบ จึงรู้ว่าเราถูกปลูกฝังต้นสัมมาทิฐิในใจแล้ว  แล้วก็ผ่านไป

เจอทุกข์แล้วถึงเจอสุข


 ในช่วงที่บวชอยู่..  มีการปฏิบัติธรรม  15 วัน 

บารมี ขันติ

เนื่องจากที่จัดโครงการนี้อยู่ห่างจากเมืองไป  13 กิโลเมตรกว่า  แต่ต้องเดินไปเพื่อเป็นการ
เดินธุดงค์ผ่านเมือง   ดีใจมากๆที่จะได้เดิน เพราะเป็นครั้งแรก ฉันเพลเสร็จ พระอาจารย์ที่วัดประกาศ เราจะเดินทางไปที่ปฏิบัติธรรมในโครงนี้ประมาณ บ่าย 2 โมง เพราะตอนนี้ แดดยังร้อนอยู่ .... 
พอถึงเวลา เรียกรวมพระมายืนรวมกัน แล้วพระอาจารย์ก็ให้จัดแถวเพื่อที่จะให้เดินตามกัน 

ถึงตอนนี้สิครับ ....... ไม่ใส่รองเท้า บอกว่าจะเอาบารมี .. 

เราได้ยิน.. เฮ้ย  เขาทำได้กูก็ทำได้ (คิดในใจ) พอเริ่มเดินเท้าเปล่าผ่านเมือง โยมที่มองเห็นพระเดินธุดงค์ จีวรสีกลัก  ต่างก็พนมมือ แดดก็ร้อน ฝ่าเท้าก็เริ่มมีอาการแล้ว ครับผ่านมาได้ประมาณ7 กิโลเมตร เดินด้วยเท้าเปล่า เท้าก็ปวด ถนนเป็นลูกรังอีก ไม่ใช่ทางเรียบ แดดก็ร้อนเหงื่อไหล ได้บารมีสมใจจริงๆ ครับ   เพราะชอบท้าทายและชอบคิดว่าคนอื่นทำได้  ทำไมเรา
จะทำไม่ได้  โยมข้างทางเห็นต่างก็พูดเสียงทำให้เราได้ยิน พระๆๆท่านไม่ใส่รองเท้าด้วย มี อยู่ 3 องค์ที่ไม่ใส่รองเท้า 1 ในนั้นคือเรา  ถึง ศาลา กลางหมู่บ้าน หยุดพักเพราะมีโยมมาถวายปานะ  มองดูฝาเท้าเอง แดงไปหมด  พระที่ท่านถามโยมว่าอีกไกลไหม โยมบอกว่า อีก ประมาณ 7 กิโลเมตร  ได้เวลาเดินต่อ ทางเดินข้างหน้า ถนนรุกรังหินแดงด้วย มองดูองค์ที่ไม่ใส่รองเท้าท่านก็ยังทำได้เราก็อื่ม...อีกนิดเดียวก็ได้บารมีแล้ว  ร้องเท้าไม่ใส่ (รองเท้าอยู่ในย่าม) แต่เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่โหดร้ายมากๆ เพราะว่ามีเศษหิน ใหญ่เล็ก ตามเส้นทางตลอด  ....  อย่าลืมว่าเราเดินทางมาเป็น 10 กิโลเมตรด้วยเท้าเปล่าถนนลาดยางบ้าง หินบ้าง ทรายบ้าง  แต่  ณ ตอนนี้ ฝ่าเท้านี้แดงและปวดมาก เดินต่อ  ใจจรดกลางท้อง ตรงลิ้นปี่ ท่องคำว่า ปวดหนอ ๆๆๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อข่มเวทนา ตอนนั้น  อาการปวดเริ่มเวทนาขึ้นเรื่อยๆ ต้องกัดฟันสู้  ตานี้ไม่อยากมองอะไร สายตาจ้องมองที่พื้นตลอดย่างก้าว

ภาพๆ หนึ่งขึ้นมาต่อหน้า เวรกรรม

เป็นภาพที่เคยไปแกล้งเพื่อนพระด้วยกัน  เรื่องมีอยู่ว่าพระเพื่อนนอนอยู่ เราจับตุ๊กแกได้ แล้วก็ถือไปหาพระเพื่อนที่นอนอยู่แล้วก็ปลุกเรียกให้ลุก พอเห็นในมือที่เราถืออยู่มันคือตุกแก เท่านั้น กระโจนเต้นร้องโวยวายด้วยความกลัว แล้วก็วิ่งออกไป ไอ้เราก็ตกใจ แต่ที่ตกใจกว่านั้น คือ พระเพื่อน เหยียบแก้ว รอยเลือดเต็มเท้า เต็มพื้น เจ้าตัวก็ตกใจ ต่างคนต่างตกใจ ดีที่โยมอยู่แถวนั้น พานั่งซ้อนมอเตอร์ไซร์ไปหาหมออนามัย  นึกแล้วโคตรเสียใจ  โทษตัวเอง พอพระเพื่อนกลับมาก็ต้องรีบขอโทษขอโพยยกใหญ่ เรื่องราวไปเร็วกว่า ไอทีวี ดังถึงโยมๆ ทั้งอายทั้ง ไม่รู้จะพูดยังไง ภาพนี้ ขึ้นมากรรมที่ทำให้พระต้องเลือดตกยางออก   เพราะ ตอนนี้ กำหนดยังไง เวทนาก็ยิ่งทวีปวดมากขึ้น     น้ำตาของความเจ็บปวดออกมาพร้อมกับเหงือที่ไหลไม่หยุดเรื่อย ๆ ฝ่าเท้าที่เหยียบลงไปสัมผัสกับก้อนหินตามทางมันเหมือนกับว่า เนื้อตรงฝ่าเท้ามันจะหลุดติดพื้นถนนที่เราเดิน  เลือดแดงติดกับพื้นตลอดทาง มันปวดมากๆๆ ปวดจริง ทั้งภาพที่เคยแกล้งเหยียบแก้วมาตอกย้ำทำให้สมน้ำหน้าตัวเอง เวรกรรมจริงๆ ใจจรดมาที่กลางท้อง ท่องภาวนา ปวดหนอๆๆๆ  รัว ๆ จนไม่รู้จะรัวยังไง ใกล้ถึงจุดหมายแล้ว เสียงที่ได้ยิน ทำให้ใจชื้นขึ้นมาได้สักหน่อย  แต่ก็เหมือนยิ่งใกล้ เท้าก็ยิ่งปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นอาการที่รู้คือ   ฝ่าเท้าต้องแตกและเลือดไหลมาตลอดทาง พอถึงจุดหมาย 15 กิโลเมตร โยมตั้งจุดถวายน้ำปานะ พระท่านก็เดินเป็นแถวต่อกันสักระยะ รับน้ำปานะมา แล้วก็ไปนั่งทั้งปวดทั้งทรมาน สั่นสะท้านไปทั้งตัว หาที่นั่งวางกลด แล้วก็นั่งลง ยกฝ่าเท้ามาดู คิดว่าเลือดคงแดง  แต่ๆๆๆ ไม่มีรอยแตก  แต่ฝ่าเท้านี้แดงมาก  แต่ก็ทำเอางงมากๆ  ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้  เพราะความรู้สึกที่เดินมาและฝ่าเท้าสัมผัสมันไม่ใช่  งง กับตัวเองอย่างมาก  และฝ่าเท้าพองต้องเจาะเอาน้ำออก ฉีกหนังออก โอ้ เจอน้ำก็ไม่ได้ แสบ สะท้านอีกแล้ว กรรรมจริงๆ  
ผ่านไปจนได้

เชือกขึงกับต้นไม้เสร็จ  เอากลดเกาะไว้มัดให้แน่น เสื่อผืน  แล้วก็ย่ามพระธุดงค์ที่เตรียมมา
แค่นั้นเอง  ได้เวลาปฏิบัติ  พระเกจิดังๆ  ตอนนั้นมากจากแถวกรุงเทพ พิธีกรใช้ชื่อ ว่าเจ้าคณะภาคหนเหนืออะไรทำนองนี้แหละ  ชื่ออะไรจำไม่ได้  ไม่ใส่ใจ สนใจอย่างปฏิบัติธรรม  
ความสุขค่อยๆ เริ่มขึ้น

วันนั้นหลังเพลเสร็จ  เอาเสื่อไปปูนั่งกลางลาน ตอนนั้นยังมีร่มจากต้นไม้อยู่พอนั่งสักพัก ใจเริ่มมีความสุขในการนั่ง แดดก็สว่างมา  รู้หมด ร้อนข้างนอกแต่เย็นข้างในมีความสุขมาก คนอื่นลุกยังไงรู้หมดแต่เรามีความสุขมาก ประมาณ 3 ชั่งโมงกว่า พระอาจารย์ เลิกนั่งเตรียมสรงน้ำช่วงเย็น เรามีความสุขมากไม่อยากเลิก  เพราะความสุขแบบนี้ไม่เคยเจอมาก่อน  

(เราอยู่ในสายตาพระอาจารย์ โดยไม่รู้ตัว )  สรงน้ำเสร็จ พระอาจารย์ก็เดินมาตรวจยังกลดที่พักของพระทุกรูปแล้วก็แวะมาคุย หรือที่เรียกว่าสอบอารมณ์ (แต่ในขณะนั้น เรายังไม่รู้จักคำว่า อินทรีย์) ท่านบอกว่า อินทรีย์เรายังไม่แก่กล้า   ท่านพูดทำนองว่าเหมือนไม่เชื่อ ที่เล่าให้ฟัง 
คืนนี้  ก็เลยตั้งใจว่า กูจะนั่งให้มันได้  หลัง 3 ทุ่มกลับมาจากจุดรวม มาที่กลด  อธิฐาษ ต่างๆ เสร็จ ก็ตั้งใจนั่งสมาธิไปเรื่อย ภาวนา หยุบ หนอ พองหนอ ถ้าปวดตรงไหนก็จะภาวนาว่าปวดหนอๆๆ  มีเวทนาเกิดขึ้นเรื่อย และก็แรงขึ้น ปวดตรงน่องข้างซ้าย ปวดมากๆ เราปวดหนอๆๆๆๆรัวๆ เพราะจะไม่ขยับไม่ลุก อธิฐานไว้ก่อนนั่ง พอมันปวดข้างนี้เสร็จมันก็หาย แล้วก็มาอีกข้างเป็นอย่างนี้สลับกันไปมา น้ำตาก็ไหล กัดฟันกรามอดทนสู้กับความปวดอย่างมากๆๆ พละกำลังเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ด้วยถูกเวทนาครอบงำ  สักพักมันมาอีกแล้วตรงน่องขา  ครั้งนี้ โคตร ๆ
หนักเลย เจ็บปวดมากๆ  ไม่ขยับแต่ตัวนี้ บิดตัวไปมาด้วยความเจ็บปวดน้ำตาไหล กัดฟันจนมันสะท้านไปทั่ว กระหน่ำยาวเลยตอนนี้  ปวดรัวๆ ไม่ยอมถอยเอาขาออกจากกัน  มันทรมานเกินคำบรรยาย มากๆ จนถึงสุดท้าย อุทานออกจากในกลางตัวเองว่า  กูไม่เอาใครทั้งนั้นแล้ว พ่อแม่กูก็ไม่เอา  ตายเป็นตาย  คำนี้หลุดเท่านั้น มันเหมือนกับ เชือกถูกดึงขาดสะบั้น  อาการที่ปวดเมื่อกี้มันหายไปไหนก็ไม่รู้  ปีติมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะ เขียนถึงตรงนี้ยังขนลุกเลย  มันหายไปไหนความปวดที่ทรมานเมื่อกี้  ร่างกายเย็นขึ้นมาเรื่อยๆ  นั่งอมยิ้มมีความสุขมากๆ  นี้เขาเรียกว่าอะไรเราก็ไม่รู้แต่กว่าจะผ่านด่านความเจ็บปวดจนร่างกายสั่นสะท้านนี้ ถ้าใจไม่เด็ดเดี่ยวพอสู้ไม่ได้  สุขที่ยากจะจินตนาการณ์ได้  แต่ที่ยิ่งสุขกว่านั้นนี่สิ..........

ติดตามตอนต่อ.............................................









วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

มึงกล้า...!!!พอหรือเปล่า

ตอนที่ 7

 เรื่องนี้ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ... 

และก็ไม่ค่อยอยากจะเล่าสักเท่าไหร ว่ะ 

ก็บอกแล้ว ว่า คนมันดื้อ คนมันชอบลองของ

และมันก็บ้าบิ่น

 เริ่มเรื่อง  เมื่อในหมู่บ้านมีคนตายทั้งกลม( หญิงที่เสียชีวิตระหว่างคลอดลูก)

 ศพจะถูกเอาไปฝังที่ป่าช้าของหมู่บ้าน เรื่องแบบนี้

 แพร่กระจายไปเร็วมาก และเป็นที่น่าสนใจ  วันนี้จะเล่าเรื่องให้ฟัง

ไม่ใช่แต่บันดาหมอผีทั้งหลายที่เป็นเซียน  จอมขมังเวทย์ทั้งหลายจะชอบเท่านั้น

พวกบรรดาคอหวยใต้ดินทั้งหลายจะปลุกวิญญาณหญิงตายทั้งกลม เพื่อขอหวยนั่นเอง

 ขนาดว่าตายทั้งกลม เหี้ยนแค่ไหนก็ยังมีพวกที่ชอบ  และทางหมอผีทั้งหลาย

ชอบนักชอบหนาเพื่อเอาไปใช้เป็นวิชาชีพตัวเอง  ในการโอ้อวดอวดว่า หมอปราบผีฉมัง

      กลับมาเรื่องน้ำมันพราย

ไอ้นี่มันชอบและมันก็เคยป็นทหารมันไม่กลัวใคร  อยู่ในทีมเดียวกัน แต่อยู่คนละหมู่บ้าน

 มันแอบชอบสาวคนไหน ในหมู่บ้านหน้าตาสวย แล้วมันมากระซิบบอกว่า  เฮ้ยกูได้ น้ำมันพรายมา

ไปเอามาเองในป่าช้า กับหมอผี "ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่"

แล้วมันก็เอามาให้ดู หลอดเล็กๆ เท่านิ้วก้อย  ถาม....ได้มาไงวะ

ไปเอาเองเลย ผีตายโหง ที่ป่าช้า ได้ฟังแค่ว่าป่าช้า

 กู ก็หดแล้ว ยิ่งได้ยินว่า ไปขอจากผีอีก  ทำให้กูคิดถึง

หนัง ผี ไทยเลยว่ะ ป่าช้าแตกแน่ เล่นอะไรไม่เล่นไปเล่นกับผี

 มันเล่าต่อว่า  ไป 2 คน กับหมอเขมรที่มีวิชาที่ร่ำเรียนมา

 แต่ก่อนไปต้องคุยกันก่อนว่า  แน่ไหม ไม่ใช่ ปอดแหก

 มันเล่าต่อ เสมือนว่ากำลังอยู่ในเหตุการณ์

 ตอนนั้นที่ป่าช้าเงียบสงัด วังเวง มืดสนิท ตอนเที่ยงคืน

 ปักด้ายสายสิญจน์ 4 มุมต่อหน้าหลุมศพเสร็จ

  (รวบรัด)

หมอก็ท่องร่ายมนต์ที่ร่ำเรียนมาพึมพำ ประมาณ 10 กว่านาที

ต้นไม้ใหญ่ในป่าช้า จากทีไม่มีลมเลย จู่จู่กิ่งไม้ก็แข่งกันกระพือ

ลมพัดมา ขนลุกชูชันเรื่อยๆ สัมผัสลมเย็นยะเยือกเหมือนอยู่ในห้องเย็น

 เสียงหมาหอน บรู๊ววววว.....ในหมู่บ้าน

 รับต่อกันเป็นทอดๆ  ได้ยินเสียงบรรยากาศนี้ก็ขนลุกตามไอ้คนที่มันเล่า

 แล้วก็เร่งถามต่อ   เพราะเคยดูหนังมานึกว่ามันจะทำนองเดียวกัน

ฮ่า.... มันหัวเราะ แล้วมันก็บอกว่า

 มาจริงๆ มาจากหลุมเห็นตำตาเลยแล้วมันก็ต้องไปลนเอาเองด้วย

ฮึ่ยยย... กูไม่เอาด้วยหรอก  เล่นกะผี   ตอนแรกผีมันโกรธมากเพราะไปกวนมัน

วิญญาณมันเหี้ยน แต่หมอเขาสะกดด้วยมนต์ และบอกวิธีขอว่าจะขอน้ำมันเพื่อ........ (บอกไม่ได้)

เพราะมันเป็นอาชีพของหมอผีเก่งอยู่แล้ว

 พวกนี้เขาจะมีกุมารทอง แต่ได้มาอย่างไร ไม่ขอเล่าละกัน.. มันยาว

เอาแค่มันเล่าให้ฟังแล้วก็เอาให้ดู แล้วมันก็ใช้ได้ผลด้วย

 หญิงสาวสวยในหมู่บ้านที่มันชอบ  ก็เป็นอันต้องพ่ายกับฤทธิ์ของน้ำมันพราย

 อีกอย่างมันก็ชอบผู้หญิงที่ว่านี้ด้วย แต่มันไม่รู้จักพอนี่สิครับ

 พอมีของดีแล้วก็ผยอง มันเหลิงครับ ใครที่มันชอบ มันก็ใช้น้ำมันพรายนี่แหล่ะ

ทำให้สมดังใจปอง แต่ของเขาดีจริง  แต่เหมือนกรรมตามสนอง

เพราะสุดท้ายมันก็มาลงเอยกับผู้หญิงที่มันไม่ได้ชอบ  โดนของที่แรงกว่า

ก็คือทางฝ่ายหญิง ที่เป็นแฟนมันทุกวันนี้ก็เล่นแบบนี้เหมือนกัน หน้าตาแฟนมันก็ไม่อยากจะบรรยาย

ท่านผู้อ่านก็คงจะเดาออกน่ะครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน

เวรกรรมมีจริง... เปลี่ยนไปเป็นคนละคน  เพราะฉะนั้นอย่าริอาจไปเล่นมันเลย

ขนาดว่า  น้ำมันพรายก็ยังมีการซื้อขายไปถึงต่างประเทศนะครับ จริงๆ


       ท่านผู้อ่าน  เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว  คงพอจะคิดได้ว่า  คุณไสย ไสยเวทย์มีจริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

แต่เพราะการทำคุณไสยนั้น  เป็นมนต์ดำ ย่อมมีผลแห่งวิบากกรรมตามมาเสมอ

แต่เมื่อพลาดแล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้นะ

สุดท้ายก็จบ ด้วยการมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง  อะไรก็ทำอันตรายไม่ได้

พอได้มาบวชและได้ปฏิบัติ เช่นนักบวช หลวงปู่ทั้งหลายสายกรรมฐานดังๆเช่นทางอีสาน


เมื่อได้ฝึกวัตรปฏิบัติทำอะไรแล้วรู้ทันวาระจิตจึงทำให้พบความสุข ที่ไม่อาจจะบรรยายเป็นคำพูดได้

เดินธุดงค์เข้าป่า  และต้องพบกับสิ่งที่ไม่เคยพบ........ (ติดตามตอนต่อไป)