วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สวรรค์ บ้านนอก

ตอนที่ 12


สวรรค์  บ้านนอก


              ชีวิตคนบ้านนอก..... 

 ทุ่งนาฟ้าโล่งมองไปไกลสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้สักต้นก็ไม่มี



ชาวบ้าน หมู่บ้านนี้เขามีอาชีพ ทำนา 100%   เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ไว้ใช้งาน  เมื่อก่อนใช้แรงงานควายเป็น

หลักเอาไว้ไถ่นา ส่วนวัวใช้เทียมเกวียน แต่ยุคทุกวันไทยนี้ อาจจะไม่ค่อยได้เห็น ทุกวันนี้เกวียนเขาไม่

ให้วิ่งแล้ว เอามาแปรรูปเป็นเตียงเป็นโซฟานั่งตามบ้านต่างๆ  ชีวิตหนุ่มสาวชนบท เป็นชีวิตที่มีแต่ความ

ซื่อสัตย์ต่อกัน จริงใจต่อกันเพราะคนรุ่นก่อนๆจะปลูกฝังเรื่องบาปกรรม ให้พูดความจริง



            ทุกคนในหมู่บ้านจะช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน เป็นวิถีชีวิตเอื้ออาทรต่อกันทุกอย่าง คนในหมู่บ้านเปรียบ

เสมือนครอบครัวเดียวกัน  ต่างจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิงยกตัวอย่างในหมู่บ้านที่  



  สายลม....ได้เกิดมาในดิน.....

แดนศิวิไลซ์เต็มไปด้วยกลิ่นโคลนสาปควาย  จำความได้เกิดมาก็ขับขี่ ควายเป็นแล้ว ฮ่า....



           โถ....ควายเราเปรียบเหมือนครอบครัวเดียวกันเจอกันกันทุกวันดูแล  อย่างดี ดูแลเรื่องน้ำให้กิน 


ห้ามให้พี่ควายอด  ครอบครัวแต่ละครอบครัวจะมีควายทุกหลังคาเรือน  2-3   ตัวไว้ไถ่นา วัวมี  2 ตัวไว้


เทียมเกวียน บรรทุกสิ่งของไปนาหรือไม่มีอะไรบรรทุกสิ่งของ ก็เทียมเกวียนไปเปล่าๆเป็นรถประจำ


ครอบครัวไปนา เหมือนกับรถยนต์ทุกวันนี้ในแต่ละครอบครัว




             ชีวิตสายลม....เกิดมาพร้อมกับความสะดวกสบาย  ทุกอย่างเพราะพ่อกับแม่ เป็นคนขยันจะพา

สายลมไปตลอดทุกที  อะไรที่พ่อกับแม่ทำ สายลม ก็จะไปแย่งทำด้วย สนุกๆตามประสาเด็กๆ ที่พอจำ

ความได้  ฤดูทำนา ทุกครอบครัวก็จะทิ้งบ้านไปอยู่ที่กระท่อมในที่นาของตัวเอง  บางคนมีที่นา 20-30

ไร่ ก็ต้องไปนอน อยู่เป็นเดือนๆเลยครับ  บางคนมีหลายแปลง เขาจะปลูกกระท่อมไว้ที่ทุ่งนา เป็นบ้าน

หลังที่สอง  ไม่มีเครื่องจักรยนต์ใดๆใช้แรงและเพื่อนร่วมครอบครัว คือวัวกับควาย ที่เป็นสมาชิกในครอบ

ครับครัว เพราะถ้าเราไม่มีควายเราก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้ใช้จอบพรวนดินทำนาก็คงไม่ได้นะครับ


สายลม.....ที่นาอยู่ห่างหมู่บ้าน 5 ก.ม บางแปลงไกลถึง10 ก.ม ตี 4  แม่จะปลุกให้ไปนากับพ่อ แม่หุงข้าว

ทำกับข้าว ตำน้ำพริกดังโป๊กๆๆ เหมือนเพลงเขาร้องตำน้ำพริกนี้ทุ่งสะเทือน กับข้าวเสร็จเรียบร้อยพ่อ

แม่ลูก 3 ชีวิต  ได้เวลาออกทำภารกิจ นั่งรถประจำครอบครัว พ่อเอาวัวมาเทียมเกวียน เสร็จแม่เอาหม้อ

ข้าวถ้วยจานต่างๆใส่ตะกร้าที่พ่อสานเองกับมือด้วยวัตถุดิบไม้ไผ่ในหมู่บ้าน กลับมาแม่อุ้มสายลมขึ้น

เกวียน ทำไมต้องอุ้ม อย่าลืมว่า ตี 4 นะครับเด็กๆไม่กี่ขวบช่วงนั้นเป็นเวลาเด็กกำลังนอนอย่างสบายเลย

ขึ้นเสร็จเป็นหน้าที่พ่อแล้วนั่งเทียมเกวียน  


           สายลม....หลับต่อบนตักแม่.....อากาศเย็นและหนาวแต่เวลาอยู่ในอ้อมอกแม่แล้วไออุ่นแผ่กระจาย

ทั่วตัว ความหนาวไม่สามารถเข้ามาได้  อ้อมกอดที่อบอุ่นไม่เหมือนผ้าห่ม  เวลาอยู่ในอ้อมกอดแม่กายแม่

นี้อุ่นอยากซุกตัวอยู่ติดกับร่างกายแม่นานๆ  แม่จะโอบรัดให้อยู่ในอ้อมกอด พ่อก็นั่งใกล้ๆบางทีพ่อชอบ

เอามือมาหยิกแก้มหยอก   สายลม...ที่อยู่ในอ้อมกอดแม่....แม่ก็จะตวาดว่า.....ลูกกำลังหลับ

อยู่......สายลมตื่นด้วย ที่ถูกมือที่หยาบกระด้างและด้านมากๆไม่ใช้มือใครที่ไหน มือพ่อนี้เอง......พร้อม

ได้ยินเสียง หัวเราะชอบใจของพ่อ และก็ตามด้วยคำว่าตื่น ได้แล้ว.....มาขับเกวียนแทนพ่อพ่อจะ

นอนบ้าง..


             ตื่นๆๆๆดูๆๆนั้นๆๆไก่ป่าลูก....สายลมตื่นด้วยที่ยังงัวเงีย แต่ด้วยคำที่ว่าไก่ป่า ความง่วงหายสนิท


เพราะว่าอยากเห็น..... จริงด้วยพ่อ 2-3 ตัว สีแดงสวยมากๆ ถ้าเจออย่างทุกวันนี้ไก่ป่าได้อยู่ในหม้อต้มใบ


มะขามแน่ๆ ตื่นแล้วก็มาขับเวียนต่อจากพ่อ.....แต่ก่อนขับในฐานะที่ทำให้ตื่นต้องเอาคืนหน่อย ขึ้นขี่คอ


คนขับก่อน....สู้จนได้ขี่คอสมใจ แล้วก็โยกไปมาสนุกสมใจ.... อาจเป็นว่าแรงพ่อสู้ สายลม.....ไม่ได้......ให้


รู้เสียบ้างว่าลูกใคร.....แต่เสียงที่ทำให้ต้องหยุดสนุก แทรกเข้ามา อย่าขี่บนคอพ่ออย่างนั้น ลูก มันบาปน่ะ


ลงมาๆๆ สายลมก็ถางขาลงมาด้วยอาการเงียบ...มานั่งบนตักพ่อบ้างแล้วไม่นั่งลงตักแม่แล้วเพราะโดนดุ 


....อยู่บนตักพ่อ จับเชือกที่บังคับวัวที่กำลังเดิน( ก็เหมือนกับจับพวงมาลัยรถ ถ้าทุกวันนี้ ) แต่วัวนี้ฉลาดและ


เชื่องมาก รู้เส้นทางโดยไม่ต้องบังคับ   เป็นเรื่องจริง บางที่วัวหายเพราะว่าเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ วิ่งตามตัว


เมียเป็นฝูงหายไป   กลางคืนวัวก็จะมาที่คอกเอง.....       

      


      วัวไม่ลืมคอก ถึงจะไปเที่ยวมาแต่ก็ไม่ลืมคอกบ้านตัวเองและเจ้านายมีพระคุณ ใช้เวลา 1.ช.มกว่าๆ


ถึง  ถึงที่จอดก็เสร็จพ่อก็เอาวัวไปผูก แล้วพ่อก็ไปเอาควาย ที่ฝากไว้กับเพื่อน ที่นอนอยู่นาใกล้ๆกัน


เป็นการฝากให้ดู บางทีแม่ก็จะเอาลูกฟักแตง  ผักบ้าง   แตงโมบ้าง   จัดให้พ่อเอาไปฝากลุงน้าที่เราฝาก


ผูกควายไว้  บางครั้งเอาของไปฝากก็ได้ของกลับมาเหมือนแลกกันไปมา อยู่ทุ่งนาไม่ต้องห่วงมีปลา


เยอะกลางคืนลุงไปส่องปลามาได้ก็เอามาแบ่งกัน นี้และบ้านนอกที่สายลมได้เกิดและรู้จักช่วยเหลือกัน


และกัน ป่วยเจ็บไข้ไม่สบาย หมอที่จัดยาให้ก็เพื่อนๆที่อยู่กระท่อมนานี้แหละครับ ยาที่ฮิตก็คงจะเป็น ยา


หยี่ห้อยาปวดหาย และยาทันใจ  



               ทุ่งนาฟ้าโล่งมองไปสุดลูกตา กลิ่นหอมของธรรมชาติทุ่งนาช่างแสนสุขใจจริงๆเลยพ่อจูงควาย

มาเอาแอกใสบ่าควาย



                 ยกคันไถ่เตรียมไถนา 

สายลม .....ก็วิ่งเล่นน้ำแต่เช้ากลิ้งเล่นตามร่องดินที่ไถ่นา



วิ่งเล่น สกีน้ำ

สกีบกสนุกสนานเถิดเทิง  ถึงจะได้ยินเสียงตะโกนของแม่ห้ามก็ไม่สนแล้ว  สุดท้ายก็แม่ละเปลี่ยนชุดให้

เพราะกลัวจะเป็นไข้  นี้แหละหนาหัวอกแม่ แต่ก็ใช้ว่าจะหยุดตามประสาเด็กๆอย่างสายลม......เพราะดื้อ

มาตั้งแต่เล็กแล้ว เขาว่าเด็กดื้อนั้นฉลาดนะ  (แม่เล่าให้ฟัง) กว่าพ่อจะไถ่เสร็จ แม่เอากล้ามาเพื่อเตรียม

ดำนา  สายลม เปลี่ยนชุดยังไม่ทันไรก็ลงน้ำอีกรอบ หน้าที่ช่วยแม่เอาต้นกล้ากระจายเพื่อจะได้ดำนา

.....พ่อดำนาเร็วมากๆจับต้นกล้ายังกะเครื่องจักรสั่งได้เลย( เอาเครื่องจักรมาแข่งทำไม่ทันพ่อเลย)  แม่จะ


ดำนาเสมอต้นเสมอปลาย สายลมก็ดำแข่งกันกับพ่อ ด้วยการฝึกวิทยายุทธกับพ่อ เล่นกันไปด้วย พ่อแม่

ลูก ชีวิตนี้สุขสบาย แดดร้อนก็ต้องหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดินจะร้อนอย่างไรก็ไม่มีถอย ไม่มีการพักเครื่อง ไม่มี

เสียงดนตรี ได้ยินแต่เสียงน้ำที่มือจับต้นกล้าดำ จุ๊บ...จับ....แต่ก็ได้ยินเสียงมาแต่ไกลนาข้างๆกัน   เป็นนา

ของ ลุงกับป้า เปิดวิทยุเสียงดัง   รุ่นธานินทร์ใส่ถ่าน  เปิดอะไรเหรอ ลุงหมดสิทธิ์เลือกเพราะป้าแก่ติด

ละคร ของคณะเกษทิพย์และละครคณะสยามแปดหนึ่ง แก่จะรู้เวลาจบละครนี้ก็จะเปิดช่องนี้ต่อ



             ชีวิตชาวนาสุขด้วยธรรมชาติแหละครับ ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว พ่อก็จะเรียกแม่   ให้ไปเอาข้าวมา

 แม่ก็ขึ้นเตรียมเวลาทานข้าวดูนาฬิกาง่ายๆก็มองไปที่นารอบข้างถ้าเห็นเขาขึ้นจากนาเราก็จะขึ้นตาม

อัตโนมัติ แม่ก็จะให้สายลมเอาแตงโมที่ผ่าครึ่งซีกเอาไปให้ลุงกับป้าที่ทำนาข้างๆกัน  ถือเดินตามคันนา

เสียงแม่ตามหลังมาเดินดีๆนะลูกชื่อก็บอกแล้ว สายลม.......ลุงกับป้าเห็นเดินตามคันนามา   ก็ตะโกนได้

อะไรมาลูก สายลม.....ก็ตะโกนออกไปแตงโม เพราะแถวบ้าน...( เขาใช้เสียงดัง) มาถึงลุงป้า ลุงกับป้า

บอกสายลมว่า  “ขอบใจมากนะลูก”แถมเอามือมาลูบหัวสายลม....ด้วยความเอ็นดู ไม่เท่านั้นป้าแก่เรียก

 “เดี่ยวๆลูก”  ป้าให้อันนี้ไป   แล้วป้าหยิบขนมส่งมาให้  บางครั้ง ได้ไข่ต้มใส่ถุงให้ บางที่ได้ของกลับ

มากกว่าขามาอีก ตามด้วยเสียงป้าเดินดีๆนะลูก พอเดินมาถึงยังไม่ทันนั่งเลย แม่ก็เอ่ยขึ้น “ไปเอาของป้า

กับลุงทำไมละลูก”  สายลมก็เถียง   “ ป้าให้มานะแม่ ”  พ่อตัดบทแล้วพูดว่า “มานั่งใกล้พ่อ แม่เขาก็

อย่างนี้ ”  พ่อพูด  (พ่อกับแม่ได้ปลูกฝั่งคุณธรรมให้สายลมไม่รู้ตัวโดยเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับพร้อมการสร้าง

คุ้นเคยกับญาติโดยมิรู้ตัว  )


            สามชีวิตพ่อแม่ลูกนั่งล้อมวงกัน      แม่ตักข้าวสามจาน ครบ สายลมนั่งขัดมาท อาหารวันนี้ มี

แตงโมครึ่งลูกและแกงปลาช่อนที่พ่อไปจับได้เมื่อวันก่อน และ น้ำพริกผักสด   มีน้ำใส่แกนลอนน้ำดื่ม 5

ลิตรอยู่ข้างๆขันน้ำสังกะสีบางๆแสตนเลส    พ่อตักปลาตักเนื้อปลาชิ้นใหญ่ใส่ในชามสายลม แล้วพูดว่า

 เอ้ากินข้าวลูก  แม่ก็มองหน้าพ่ออมยิ้ม สายลม.....ได้ชิ้นปลาใหญ่แล้วก็จัดเต็มเสียง  แม่ก็จะพูดแทรกมา

ว่า “ทำงานให้มันคุ้มกับข้าวน่ะ กินดีๆอย่าให้หกลูกข้าวเรากว่าจะได้มาเห็นไหมลำบากไหมกว่าจะออกมา

เป็นเม็ดข้าวมาให้ได้กิน”


                สายลม.....กินข้าวไปตามประสาเด็กๆ ทุกอย่างปิดได้แต่หูไม่สามารถปิดได้ วงอาหารแค่สาม

ชีวิตพ่อแม่ลูก สายลมได้ร่ำเรียนจากครูคนแรกที่ให้กำเนิดและเป็นต้นแบบให้สายลมได้รู้  คือพ่อและแม่

ไปไหนพาไปด้วย ทำให้ดู แล้วทำตาม พ่อสายลมไม่ค่อยพูดแต่จะเน้นทำให้ดู ส่วนแม่สายลมจะพูดและ

สอนไปด้วยทำนองว่าดูพ่อเอา....ต้นแบบที่ดี กินข้าวเสร็จ พ่อคว้าถุงยาสูบมา ใบตองกล้วยใส่เส้นยาสูบ

พ่อปลูกต้นยาสูบไว้สูบ  ใช้อะไรรดต้นยาสูบ ใช้น้ำปัสสาวะรดตอนเช้า แม่ก็จะบ่นสูบอยู่นั้นแหละ กลิ่น

ยาสูบ สายลม.....ได้กลิ่นสุดที่จะเหม็นๆพ่อก็จะลุกออกเดินไปทำงานต่อจับด้ามจอบขึ้นบ่าเดินดูน้ำตาม

คันนาเช็คดูว่ามีรั้วตรงไหนหรือเปล่า มองตามที่พ่อเดิน ควันบุหรี่พ่อพ้นออกมาเป็นระยะ มองชัดเพราะ

พ่อทำม้วนใหญ่ เป็นปกติจนปัจจุบันตอนนี้ยังไม่หยุดสูบ แต่สายลม....สูบบุหรี่ไม่เป็น


             วันเวลาผ่านไปไม่เคยย้อนกลับ ชีวิตลูกชาวนาที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษก็ยังดำเนินต่อไป

สายลม....เริ่มโตขึ้นเข้าโรงเรียนแล้ว แต่ก็ต้องทำนาเหมือนเดิมแต่ก็เพิ่มความรับผิดชอบขึ้นมาก

 ครอบครัวเริ่มขยายขึ้น พ่อเป็นคนขยันมีอะไรทำตลอด ครอบครัวก็เลยมีฐานะดีขึ้นตามลำดับ  มีโรงสีข้าว

ประจำหมู่บ้าน เพราะเมื่อก่อนที่บ้านพ่อมีโรงสีข้าวในหมู่หลังเดียว เหตุที่มีโรงสีข้าวเพราะการคำนวณ

ของพ่อ บอกว่าเรามีโรงข้าว สีข้าวให้คนในหมู่บ้าน สิ่งที่ได้คือ รำข้าว  ปลายข้าว  เปลือกข้าว  และ

ข้าวสารที่คนในหมู่บ้านมาสี  เราตักเอาข้าวสารแค่ครึ่งถ้วยเป็นค่าน้ำมัน ชาวบ้านก็จะรู้กันดี  ประโยชน์พ่อ

บอกว่า ข้าวเราก็ไม่เคยเอาออกมาสีเพราะเรามีค่าที่เก็บค่าหัวสีข้าว   ข้าวยังเหลือยุ้งไม่ได้ออกสักเม็ด

นอกจากว่าจะเอาออกมาขาย หรือให้ชาวบ้านกู้ยืมเลี้ยงเป็ดเพื่อกินไข่โดยไม่ต้องซื้อ มีขายให้ด้วยหรือ

ไม่ก็แบ่งให้ฟรีไม่เอาตังค์    สายลม.....กินไข่ทุกวันเป็นอาหารหลัก



           ฮ่า....เลี้ยงไก่ด้วยไว้เป็นอาหารจนถึงปัจจุบัน ก็น่าสงสารเพราะเราต้องฆ่ามันเพื่อสนองปากเรา

 ทุกชีวิตล้วนไม่อยากตายล้วนรักชีวิตของตัวเอง เพราะเวลาจะจับไก่แต่ละตัวต้องวิ่งช่วยกันสกัดจับทุกที

ใช้แห่เป็นตาขายดักจับแล้วก็ช่วยกันต้อนจับ  เจาะจงเป้าหมายเอาตัวไหน ที่จะถูกปลิดชีพในวันนี้ ไก่วิ่ง

อย่างไรสุดท้ายหยุดตรงที่ตาข่าย..เฮ้อ....มาถึงปัจจุบันตอนนี้ใจหดหูจังเลย  พ่อเลี้ยงหมูและต้องเป็นหมู

แม่พันธุ์เพื่อที่เวลาแม่หมูคลอดลูกออกมาก็จะได้ขายให้คนแถวหมู่บ้านเลี้ยงสักพักก็จะมีคนมาขอเอาไป

เลี้ยง เวลาแม่หมู่มันจะคลอดลูกพ่อก็ต้องมาคอยเฝ้าเพราะจะได้ด้วย วันที่เอาหมูพ่อพันธุ์มาทับวันไหน

แล้วจดวันเหมือนคนเราทุกวัน.....แต่คนเราคงไม่มีใครจดบันทึก......


         ฮ่า......บางทีพ่อก็จะเรียกแม่ให้มาช่วยดู สายลม....ก็มาด้วยเราจะมีบุคคลที่จะเกิดมาอยู่ในครัวอีก

เป็นเรื่องที่น่ายินดี อาการคงไม่ต้องเล่าเอาแค่ว่ามันคงทรมานมากๆเพราะมันร้องตลอด พ่อเตรียมหอบ

ฟางข้าวมาเพื่อทำอะไรเหรอครับ เอาไว้เช็ดคราบลูกหมู ลูกตัวแรกออกมาลุ้นกัน ว่าจะคลอดออกมาเป็น

ตัวผู้หรือตัวเมีย  และแล้วตัวที่ออกมาดูโลกและเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านเราเป็นตัวผู้   พ่อก็จะเอาฟางข้าว

ที่เตรียมมาเช็ดถู สายลม....ช่วยเช็ดเหมือนกันต่างคนต่างดีใจใบหน้าพ่อกับแม่ยิ้มแต่คนที่จะรู้สึกตื่นเต้น

เป็นพิเศษ คือ  สายลม   จับตัวมันอุ่นอยู่เลยหมูมันน่ารัก แต่.....ตัวผู้มีชะตากรรมว่าถ้าเกิดมาได้ 15

วันก็จะต้องถูกตอน ถ้าไม่เข้าข่ายเป็นพ่อพันธุ์ ( ฮึ่ย...เสี่ยว..) มาอีกแล้วเพราะเห็นขามาก่อน บางที่ก็ออก

มา 15ตัว แต่ไม่เคย



              ต่ำกว่า 10 ตัววันนี้สมาชิกใหม่เพิ่มมา15ตัวเพราะแม่หมูตัวใหญ่ 15 ตัวนั่นคือผลประโยชน์ในการ

เลี้ยงดูคือค้าขาย คงไม่เลี้ยงเอาไว้ทั้งหมด  คงแบกภาระไม่ไหวในการเลี้ยง แต่บ้านเรามีโรงสีข้าวเองทุก

อย่างแทบไม่ต้องใช้ทุนคือใช้ตัวเราเอง  ข่าวคราวแม่หมูคลอดลูกกระจายข่าวไปทั่วหมู่บ้าน ต่างคนต่าง

มาขอจองคนนั้นจะเอาคนนี้จะเอา แต่คนที่จะเอาตัวแรกก่อนก็คือเจ้าของบ้านคัดไว้เลี้ยงเอง หรือบางที

คนที่อยากได้จริงก็ให้ได้เหมือนกัน ทุกคนในหมู่บ้านเอาลูกหมูไปก็ต้องมาสีข้าวที่เราทุกครั้ง รำข้าวก็จะ

ขายราคาเป็นปิ๊บไม่ได้ชั่งกิโลละเอียดเหมือนทุกวัน ปลายข้าวก็เอาไปต้มให้หมูกิน ของดีคือจมูกข้าว

ปลายข้าวแต่ให้กิน 2 เวลาเช้าและเย็น ถึงเวลาอาหารไม่ต้องไปไหนหมูจะเรียกเองร้องๆๆๆจนกว่าจะเอา

ให้ พอข้าวมาให้ก็จะหยุดร้อง  เหมือนเด็กร้องกินนมแม่หมูเวลากินอาหารก็จะเสียงดังจั๊บๆๆ    แม่จะชอบ

พูดเวลากินข้าวว่า  “ อย่ากินข้าวเสียงดังกินเหมือนหมู” นะลูก  สายลม ต้องคิดเลยแม่พูดเสียขนาดนั้น

เราไม่ใช่หมู   ฮ่าๆๆ



            เวลาเช้าสายลม......ช่วยงานที่บ้านทุกอย่างทำหน้าที่ให้ข้าวหมูเป็ดไก่ทุกอย่าง เพราะพ่อต้องสีข้าวของ

ชาวบ้านแต่มืดแม่ก็หุงข้าวเตรียมไปนา  สายลม.....ตื่นขึ้นมาหน้าที่เก็บไข่เป็ดในเล้า วันนี้ เป็ด มี 7-8ตัว

 ที่เลี้ยงก็จะไข่ประมาณ วันละ 7-8 ฟอง ทุกวัน ไข่เป็ดที่ฟักใหม่จะเก็บไว้แยกออก 1-2วันแล้วค่อย

ขายหรือให้เพื่อนบ้าน เวลากินข้าวพร้อมกันตอนเช้า กินเสร็จพ่อเตรียมไปนากับแม่ สายลมไปโรงเรียน

ห่างจากบ้าน  900 เมตรข้าวแม่แยกใส่ตู้ไม้ไผ่ที่พ่อทำเองกับมือวัตถุดิบไม่ต้องซื้อ สายลม....ไม่มีการ

งอแงตั้งแต่เด็กชินกับการอยู่คนเดียวมาตลอด เลิกเรียนตอนเที่ยงก็มากินข้าวที่บ้านเสร็จเดินกลับเลิก

เรียนตอนเย็นก็ต้องรีบกลับเพราะสมาชิกในบ้านหมู่น้อย กลับมาหุงข้าวรอพ่อกับแม่เป็นหน้าที่ ไม่ลำปอ

เชื้อเพลิงที่รวดเร็วจุดปับติดปุ๊บแต่ไหม้เร็วบางทีเลิกเรียนตอนเที่ยงไม่มีอะไรแต่มีไข่เป็ด  เคาะไข่ใส่ถ้วย

เด็ดต้นผักและต้นหอมที่ปลูกไว้ใกล้ๆคอกหมูสวยงามเพราะมีปุ๋ยดีจากขี้หมูเด็ดเอามาคนให้เข้ากันเสร็จ


หักลำปอใส่ในเตา จุดไฟเผ่าติดแล้วใส่กระทะน้ำมันหมูแล้วรอให้น้ำมันร้อนสุกสักพักค่อยเทไข่ในถ้วยลง

ลำปอไหมหมดไข่สุกพอดี ตักข้าวไว้รอตั้งแต่ก่อนทอดไข่ หยิบจานข้าวมาเอาตะลิ่วตักไข่ขึ้นมาวางบน

ข้าวเสร็จพริกผงที่แม่เคยตำเก็บไว้ในกระปุกโอวัลติลช้อนตักมาครึ่งช้อน......( กินเผ็ด )น้ำปลาที่รถวิ่งขาย

ในหมู่บ้าน 3 ขวด 5  บาท

            ฮ่า......คงจะเดาออกว่าสายลมเกิดปีไหน......เศรษฐกิจช่วยตัวเองแบบพอเพียง หลายปีผ่านไปก็

ยังทำคล้ายเดิมแต่ความรับผิดชอบเริ่มมากขึ้นตามตัว เราจะมีสมาชิกใหม่เกิดขึ้นเพิ่มในบ้านเราแล้ว

(น้องชาย)

            วันที่แม่เจ็บคือวันที่ให้กำเนิดลูก    ภาพติดตา  สายลม....

             บ้านเป็นบ้านไม้ มีผ้าขาวม้าผูกต่อกัน  3-4  ผื่นมัดไว้ติดกับขื่อบ้านยาวลงมา ยายที่เรียกว่าหมอ

ตำแยประจำหมู่บ้านนั้นเอา ป้าที่เป็นพี่แม่มานั่งด้วยสายลมอยู่ห่างๆพอกุลีกุจอ เตรียมต้มน้ำร้อน ได้ยิน

ยายบอก......ที่จริงแล้วเขาไม่เด็กดูป้าไล่ให้ไปเล่นไปๆๆๆจะมาดูอะไรเด็กไปๆๆสายลมเชื่อที่ไหน

ละ...สงสารแม่....มาก แม่พันผ้าขาวม้ากับมือตัวเอง ผ้าข้าวม้าที่ผูกติดกับขื่อบ้านตึงเปรียะ หน้าแม่แดงไป

หมด  ยายก็ใช้มือลูบรอบท้องแม่ไปมาเสียงแม่ขมฟันดังแกร๊บๆๆหน้านี้เปลี่ยนสีเป็นจังหวะในการกลั่นลม

หายใจหน้าแม่ขึงและตึงด้วยความเจ็บปวดและคงทรมานมากๆๆสายตาแม่กวาดมาและเป็นจังหวะที่สายลม

มองดูแม่ด้วยความเจ็บปวด......แม่มองสบตากับสายลมแล้วแม่เบือนหน้าไปเพราะความเจ็บปวด แม่คง

ทรมานมากแต่สิ่งที่สายลมเห็นและติดจนทุกวันกับอาการกิริยาของแม่ถูกบันทึกไว้ในใจไม่มีวันลืม  เห็น

อาการที่แม่บิดไปบิดมาสั่นหัวไปมาอ้าปากแต่ไม่มีเสียงออกให้ได้ยิน แม่สายลมคนนี้ชังใจเด็ดเดี่ยว

อดทนไม่มีใครเทียบได้จริงๆ    สายลม.... ได้แต่ลุ้นให้น้องรีบออกมา อยากจะบอกน้องว่า รู้ไหมแม่เจ็บ

ทรมานมาก....



ตอนนี้เสียงแม่หายดังขึ้นและตามด้วยครางด้วยความเจ็บปวด เห็นน้ำมูกน้ำตาแม่ไหล

เสียงสูดมูกดังขึ้นเป็นระยะๆพร้อมกับเสียงของฟันกรามของแม่ดังเป็นจังหวะของแรงที่ยายให้เบ่งยาย

ก็เหงื่อแตกเต็มหน้าผากป้าเอาผ้าขาวม้าเช็ดให้ยายและก็บอกให้แม่ทนอีกนิดเดี่ยวใกล้เป็นการปลอบ

ใจเพราะนี้ไม่ใช้ครั้งแรกที่แม่คลอด แต่เป็นครั้งที่4 พ่อเตรียมทุกอย่างพร้อมพ่ออยู่ห่างๆไม่ได้เข้ามาใกล้

เพราะเป็นผู้ชาย พ่อม้วนบุหรี่สูบหมดไปหลายม้วน สักพักเสียงแม่ดังขึ้นโอ้ยๆๆๆๆยาว

ภาพประกอบ
สายลม.....ยืนดูตลอด

เพราะยืนอยู่ปลายเท้าแม่   น้ำอะไรกูไม่รู้กระเดนออกมา....(น้ำคร่ำ)....แล้วเสียงแม่ดังขึ้นครั้งหนัก

ยาวผ้าขาวตึงด้วยแรงแม่โถมดึงตัวเองขึ้น  เพื่อเบ่งได้ยินเสียงป้ากับยายออกแล้วๆๆๆๆแล้วมึงได้ลูกชาย

มึงได้ลูกชายตอนนี้พอถูกยายตวาดเอาน้ำอุ่นมาเสียงร้องของเด็กทารกเกิดเป็นอย่างนี้นี้เอง การเกิดของ

คนเรานี้ทำไมช่างยากเย็นอย่างนี้ สายลมนะตอนนั้นไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั่นเดินลงบันไดมาด้วยจิตใจที่

สงสารแม่จังเลย..https://www.youtube.com/watch?v=AmTmfTD6u9E

 เห็นภาพต่างทุกขั้นตอนที่แม่เจ็บปวดก่อนที่น้องจะออกมามาดูโลกใบนี้ มันบอกไม่ถูกว่าอาการเป็นไง

ค่อยๆเดินจับราวบันไดเดินลงมาข้างล้าง ข้างบนก็เสียงคุยต่างๆนาแต่สายลม....ไม่ได้ใส่ใจ........เล่ามาถึง

ตอนนี้เหมือนเรื่องนี้เพิ่งผ่านไปเมื่อตะกี้คนเรากว่าจะเกิดมาพร้อมกับความเจ็บปวด  ทั้งคนที่ให้กำเนิด

เหมือนที่ผ่านเมื่อกี้ คนที่เกิดมาแล้วเสียงที่ได้ยินเสียงแรกก็คือเสียงที่เจ็บปวด พระคุณผู้ให้กำเนิดมายิ่ง

ใหญ่นัก.........สิ่งที่จะตอบแทนคนที่ให้เลือดเนื้อและชีวิตนั้นในโลกนี้คงหาไม่ได้ นอกเสียจากชีวิตเรา.



ทำเพื่อ ....แม่.....!!!!
เพื่อแม่...https://www.youtube.com/watch?v=nQjpHHE8ehc&index=6&list=RDRSLVpaLd704

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น