ลองของ...!!!
เจอของจริง!!! ถ้าทำอีกกูเอาพวกมึงตาย
เหตุการณ์ จริง
เดี๋ยวก็รู้ว่าบ้านไหน บรรยากาศชวนขนลุกแต่ละคนนั่งมองหน้ากัน
ไม่ถึง 30 นาที ก็มีชายขี่จักรยานมาบอกว่า นิมนต์ไปสวดอภิธรรม
คนนู้น ตาย เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น จนพระทุกๆ รุ่นจะรู้กัน
งานศพเป็นไปตามประเพณี ชาวบ้านก็จะนิยมใส่เสื้อผ้าสีดำ ทุกๆ คน
จะทราบข่าวคราวโดยการบอกต่อๆกัน พอทราบข่าวว่าใครตายในหมู่บ้าน
คนในหมู่บ้านนั้นๆ ใครที่มีงานก็จะหยุดมาช่วยงานงานศพ เป็นประเพณี
ตกทอดมานาน ทุกคนจะเอาข้าวของมาช่วยในงานโดยไม่ ต้องขอเป็นที่รู้กัน
แห่ศพไปฝัง
เพราะต้องใช้เกวียนขนโลงศพไปฝังที่ป่าช้า ประจำหมู่บ้าน
พระ 4 รูปก็จะยืนอยู่ข้างบนรอบโลงศพ เมื่อก่อน
ไม่มีการฉีดยาให้ศพ ถ้าศพที่ ตายได้ 3-4 คืน โอ้...กลิ่น ขึ้นมาเต็มๆ
แล้วที่หลบก็ไม่มี ต้องยืนเกาะโลงศพ สูดกลิ่นเข้าเต็มปอดเลยครับ
กลิ่นมนุษย์นี่ไม่เหมือนกลิ่นอย่างอื่นน่ะครับ สุดจะบรรยาย
ทุกเส้นทางพระต้องสวดต่อเนื่องจนถึงที่ฝังในป่าช้า
จนถึงที่เอาศพลงฝังเสร็จผ่านไป 2-3 ปี ศพจะเน่าและเปื่อยแห้งจนเหลือแต่กระดูก
หรือ อาจมีบางศพที่ยังเปื่อยไม่หมดก็มี กลับมาถึงวัด
ยามค่ำคืนแทบจะไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน หมาจะหอนทั้งคืน
เหมือนเห็นคนเดิน บรรยากาศวังเวงเงียบทั้งหมู่บ้าน เหมือนหมู่บ้านร้าง จริงๆ
2-3 ปีผ่านไป ถึงเวลา
ขุดเอากระดูกมาทำบุญ บรรยากาศตอนนี้ขอบอก
ตอนที่เปิดฝาโลงลุ้นกันมากว่าศพจะเปื่อยไหม แล้วสัปเหร่อ ก็จะเอา
ด้ายสายสิญจน์คล้องตรงหัวกะโหลกขึ้นมาจากหลุม มาคลองที่
ไม้ที่เสียบปักลูกมะพร้าวอ่อนเชื่อมกัน 4 มุม พระบวชใหม่ที่นิมนต์มา
ก็จะได้ ปลงคราวนี้แหละครับ ยืนอยู่คนละมุมแล้วก็มองหน้ากัน
เพราะข้างล่างเป็นกระดูกหรือคนตายที่ฝังไว้ 2-3 ปี การสวดมนต์
สวดด้วยเสียงสั่นเครือ แค่ยืนตรงขอบปากหลุม ขนก็ลุกชูชันแล้ว
อาการขนลุก เหงื่อแตกผลั่กไหลลงหน้าแข้งถึงข้อเท้าเลย
เขาว่าถ้าจิตไม่แข็งพอใจจะสั่น บรรยากาศ ในภาพที่เห็นโครงกระดูก
ที่อยู่ในหลุมมีเศษผ้าขาด ที่ยังย่อยไมหมด ติดตา ช่วงสวดมนต์
อยู่ดีๆ ก็มีลมพายุมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ลมแรงจนต้องกดสบงเพราะปลิว
เหมือนวิญญาณคนที่ตายแผลงฤทธิ์
สักพักก็เงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วจัดงานสมโภชน์
เป็นการทำบุญใหญ่
เอามหรสพมาละเล่นในงาน อาจจะจัด 2-3 คืน
(ห้ามลองของ อาจเป็นบ้า หรือตายได้)
ต้องมาทำพิธีที่เรียกมนต์นี้ตรงทางสามแพร่ง
ในกลุ่ม 5-6 คน ก็จะต้องมีตัวแทน 1 คนมาเป็นร่างแทน
โดย เอารูปหญิงสาวเป้าหมาย ที่คนในกลุ่มเลือกในหมู่บ้านเดียวกัน
โดยให้คนที่เป็นร่างแทน พนมมือ และถือรูปของหญิงสาวนั้นไว้
แต่ถ้าร่างแทนนี้จิตแข็ง เรียกยังไงจิตก็ไม่เข้า
ก็ต้องเปลี่ยนร่างแทนที่จิตอ่อนกว่ามาเป็นร่างแทน...
ได้เวลาเริ่มแล้ว
เรานั่งล้อมวงกัน และมีเพื่อน 1 คนที่เป็นร่างแทนอยู่ตรงกลาง ตัวร่ายมนต์เป่ากกหูไปเรื่อยๆ
สักพักลมที่ไม่มีทีท่าก็เริ่มพัดแรงขึ้น ทุกคนมองหน้ากัน รู้ว่า ได้ผลแล้ว
สักพักคนที่อยู่ตรงกลางมือสั่น ตัวสั่น แล้วทุกคนก็เรียกชื่อ ผู้หญิงคนนั้น
มาจริงๆ !!! อาการของร่างแทนทำท่าตกใจ
ที่เห็นชายหลายคนนั่งล้อมตัวเอง ความรู้สึกก็เหมือนผู้หญิงที่อยู่ตรงกลางวงล้อมผู้ชาย
คิดว่าชายเขาจะทำอะไร แต่ทุกคนต้องช่วยกันระวัง ถ้าเกิดจิตของ
ผู้ที่สิงอยู่นี้ เกิดตกใจลุกพรวด ก็งานเข้า
เพราะนางก็จะวิ่งไปบ้านตัวเอง โดยที่ร่างเป็นผู้ชาย
มีวิธีเดียวคือต้องแยกมือที่พนมแยกจากกันก็จะหายทันที
( เคยมีมาแล้ว) ต้องช่วยกันวิ่งจับสกัดเกือบไม่ทัน
ฮ่า...... ตอนเช้าหญิงสาวที่ถูกเรียกจะมีอาการอ่อนเพลียเหมือนนอนฝัน
ครั้งนี้ ก็เช่นกัน
เล่นเหมือนเดิม เพราะชักสนุก ครั้งนี้ ลมแรงมากกว่าที่เคย
สักพักคนที่เป็นร่างแทน กลับไม่เอียงอาย แต่แววตาเขม็งมองเห็นด้วยแสงเทียน
ทันใดนั้น ชายที่เป็นร่างแทนกลับลุกขึ้น ชี้หน้าทุกคน
มึงอยากตายใช่ไหม ....
มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร......
กูจะหักคอพวกมึงให้ตาย
กูชื่อ... ( เจ้าที่ที่ดูแลหมู่บ้าน เข้าสิงอาจต้องเดือดร้อนคนอื่นต้องมาขอขมา)
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ จากสนุก หนาวสั่นทุกคน ก้มกราบร่างที่โดนสิง
ร้องขอชีวิตและจะไม่ทำอีกเลย ต้องเจรจานานพอสมควร
เพราะเจ้าที่รู้จักชื่อพ่อแม่และคนที่นั่งในกลุ่มทั้งหมด
(และเจ้าที่ท่านก็ทำหน้าที่ปกปักษ์รักษาคนในหมู่บ้านนั่นเองครับ)
เมื่อให้สัญญาท่านก็ออกจากร่าง
ชายที่เป็นร่างแทนก็ล้ม เพื่อนๆ ก็จะช่วยกันประคอง พอฟื้นมา ก็จะงง ไม่รู้เรื่อง
ว่าเกิดอะไรขึ้นถามกัน
อันนี้โชคดี บางราย เจอ ผีจรจัดที่ตายโหงเข้าสิง งานนี้สูญเสียเกิดขึ้นแน่นอน
เพราะเคยพลาดเกิดขึ้นมาแล้ว (ห้ามเด็ดขาด)
เพราะแถวนี้เขาเล่นคุณไสยกัน แบบเสกหนังควายเข้าท้อง ก็มีเยอะ
ขณะที่กำลังนั่งคุยกันเรื่องท่องมนต์ อยู่นั้นลมก็ไม่มี เงียบสงัด
เสียงก็ดังขึ้น แกรดๆๆ...โครม ทุกคนมองหน้ากัน เหมือนรู้ว่าจะมีอะไรเกิด
ขึ้นต่อจากนี้ เพราะต้นเสียงเป็นกิ่งไม้ใหญ่ของต้นตะเคียน ที่อยู่ในวัด
และตรงโคนต้นตะเคียน ก็มีศาลเจ้าที่ใหญ่ที่คนในหมู่บ้านมาเซ่นไหว้
ขอพรหรือเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์เป็น เจ้าที่เจ้าทางที่ปกป้องคนในหมู่บ้าน
แต่ ถ้ากิ่งไม่นี้อยู่ๆ หัก เมื่อนั้น จะต้องมีคนตาย ในหมู่บ้าน
ไม่ถึง 30 นาที ก็มีชายขี่จักรยานมาบอกว่า นิมนต์ไปสวดอภิธรรม
คนนู้น ตาย เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น จนพระทุกๆ รุ่นจะรู้กัน
งานศพเป็นไปตามประเพณี ชาวบ้านก็จะนิยมใส่เสื้อผ้าสีดำ ทุกๆ คน
จะทราบข่าวคราวโดยการบอกต่อๆกัน พอทราบข่าวว่าใครตายในหมู่บ้าน
คนในหมู่บ้านนั้นๆ ใครที่มีงานก็จะหยุดมาช่วยงานงานศพ เป็นประเพณี
ตกทอดมานาน ทุกคนจะเอาข้าวของมาช่วยในงานโดยไม่ ต้องขอเป็นที่รู้กัน
แห่ศพไปฝัง
เพราะต้องใช้เกวียนขนโลงศพไปฝังที่ป่าช้า ประจำหมู่บ้าน
พระ 4 รูปก็จะยืนอยู่ข้างบนรอบโลงศพ เมื่อก่อน
ไม่มีการฉีดยาให้ศพ ถ้าศพที่ ตายได้ 3-4 คืน โอ้...กลิ่น ขึ้นมาเต็มๆ
แล้วที่หลบก็ไม่มี ต้องยืนเกาะโลงศพ สูดกลิ่นเข้าเต็มปอดเลยครับ
กลิ่นมนุษย์นี่ไม่เหมือนกลิ่นอย่างอื่นน่ะครับ สุดจะบรรยาย
ทุกเส้นทางพระต้องสวดต่อเนื่องจนถึงที่ฝังในป่าช้า
จนถึงที่เอาศพลงฝังเสร็จผ่านไป 2-3 ปี ศพจะเน่าและเปื่อยแห้งจนเหลือแต่กระดูก
หรือ อาจมีบางศพที่ยังเปื่อยไม่หมดก็มี กลับมาถึงวัด
ยามค่ำคืนแทบจะไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน หมาจะหอนทั้งคืน
เหมือนเห็นคนเดิน บรรยากาศวังเวงเงียบทั้งหมู่บ้าน เหมือนหมู่บ้านร้าง จริงๆ
2-3 ปีผ่านไป ถึงเวลา
ขุดเอากระดูกมาทำบุญ บรรยากาศตอนนี้ขอบอก
ตอนที่เปิดฝาโลงลุ้นกันมากว่าศพจะเปื่อยไหม แล้วสัปเหร่อ ก็จะเอา
ด้ายสายสิญจน์คล้องตรงหัวกะโหลกขึ้นมาจากหลุม มาคลองที่
ไม้ที่เสียบปักลูกมะพร้าวอ่อนเชื่อมกัน 4 มุม พระบวชใหม่ที่นิมนต์มา
ก็จะได้ ปลงคราวนี้แหละครับ ยืนอยู่คนละมุมแล้วก็มองหน้ากัน
เพราะข้างล่างเป็นกระดูกหรือคนตายที่ฝังไว้ 2-3 ปี การสวดมนต์
สวดด้วยเสียงสั่นเครือ แค่ยืนตรงขอบปากหลุม ขนก็ลุกชูชันแล้ว
อาการขนลุก เหงื่อแตกผลั่กไหลลงหน้าแข้งถึงข้อเท้าเลย
เขาว่าถ้าจิตไม่แข็งพอใจจะสั่น บรรยากาศ ในภาพที่เห็นโครงกระดูก
ที่อยู่ในหลุมมีเศษผ้าขาด ที่ยังย่อยไมหมด ติดตา ช่วงสวดมนต์
อยู่ดีๆ ก็มีลมพายุมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ลมแรงจนต้องกดสบงเพราะปลิว
เหมือนวิญญาณคนที่ตายแผลงฤทธิ์
สักพักก็เงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วจัดงานสมโภชน์
เป็นการทำบุญใหญ่
เอามหรสพมาละเล่นในงาน อาจจะจัด 2-3 คืน
มนต์เรียกจิตหญิง
(ห้ามลองของ อาจเป็นบ้า หรือตายได้)
ต้องมาทำพิธีที่เรียกมนต์นี้ตรงทางสามแพร่ง
ในกลุ่ม 5-6 คน ก็จะต้องมีตัวแทน 1 คนมาเป็นร่างแทน
โดย เอารูปหญิงสาวเป้าหมาย ที่คนในกลุ่มเลือกในหมู่บ้านเดียวกัน
โดยให้คนที่เป็นร่างแทน พนมมือ และถือรูปของหญิงสาวนั้นไว้
แต่ถ้าร่างแทนนี้จิตแข็ง เรียกยังไงจิตก็ไม่เข้า
ก็ต้องเปลี่ยนร่างแทนที่จิตอ่อนกว่ามาเป็นร่างแทน...
ได้เวลาเริ่มแล้ว
เรานั่งล้อมวงกัน และมีเพื่อน 1 คนที่เป็นร่างแทนอยู่ตรงกลาง ตัวร่ายมนต์เป่ากกหูไปเรื่อยๆ
สักพักลมที่ไม่มีทีท่าก็เริ่มพัดแรงขึ้น ทุกคนมองหน้ากัน รู้ว่า ได้ผลแล้ว
สักพักคนที่อยู่ตรงกลางมือสั่น ตัวสั่น แล้วทุกคนก็เรียกชื่อ ผู้หญิงคนนั้น
มาจริงๆ !!! อาการของร่างแทนทำท่าตกใจ
ที่เห็นชายหลายคนนั่งล้อมตัวเอง ความรู้สึกก็เหมือนผู้หญิงที่อยู่ตรงกลางวงล้อมผู้ชาย
คิดว่าชายเขาจะทำอะไร แต่ทุกคนต้องช่วยกันระวัง ถ้าเกิดจิตของ
ผู้ที่สิงอยู่นี้ เกิดตกใจลุกพรวด ก็งานเข้า
เพราะนางก็จะวิ่งไปบ้านตัวเอง โดยที่ร่างเป็นผู้ชาย
มีวิธีเดียวคือต้องแยกมือที่พนมแยกจากกันก็จะหายทันที
( เคยมีมาแล้ว) ต้องช่วยกันวิ่งจับสกัดเกือบไม่ทัน
ฮ่า...... ตอนเช้าหญิงสาวที่ถูกเรียกจะมีอาการอ่อนเพลียเหมือนนอนฝัน
ครั้งนี้ ก็เช่นกัน
เล่นเหมือนเดิม เพราะชักสนุก ครั้งนี้ ลมแรงมากกว่าที่เคย
สักพักคนที่เป็นร่างแทน กลับไม่เอียงอาย แต่แววตาเขม็งมองเห็นด้วยแสงเทียน
ทันใดนั้น ชายที่เป็นร่างแทนกลับลุกขึ้น ชี้หน้าทุกคน
มึงอยากตายใช่ไหม ....
มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร......
กูจะหักคอพวกมึงให้ตาย
กูชื่อ... ( เจ้าที่ที่ดูแลหมู่บ้าน เข้าสิงอาจต้องเดือดร้อนคนอื่นต้องมาขอขมา)
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ จากสนุก หนาวสั่นทุกคน ก้มกราบร่างที่โดนสิง
ร้องขอชีวิตและจะไม่ทำอีกเลย ต้องเจรจานานพอสมควร
เพราะเจ้าที่รู้จักชื่อพ่อแม่และคนที่นั่งในกลุ่มทั้งหมด
(และเจ้าที่ท่านก็ทำหน้าที่ปกปักษ์รักษาคนในหมู่บ้านนั่นเองครับ)
เมื่อให้สัญญาท่านก็ออกจากร่าง
ชายที่เป็นร่างแทนก็ล้ม เพื่อนๆ ก็จะช่วยกันประคอง พอฟื้นมา ก็จะงง ไม่รู้เรื่อง
ว่าเกิดอะไรขึ้นถามกัน
อันนี้โชคดี บางราย เจอ ผีจรจัดที่ตายโหงเข้าสิง งานนี้สูญเสียเกิดขึ้นแน่นอน
เพราะเคยพลาดเกิดขึ้นมาแล้ว (ห้ามเด็ดขาด)
เพราะแถวนี้เขาเล่นคุณไสยกัน แบบเสกหนังควายเข้าท้อง ก็มีเยอะ
เรื่องคุณไสยแบบนี้ มันไม่จบง่ายๆ เพราะคนมันดื้อ.....
"น้ำมันพราย"
(ติดตามตอนต่อไป)







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น